เปิดตัวอย่าง “ 3 อบจ.” ถ่ายโอนภารกิจแล้วดีกว่าเดิม ประชาชนได้ประโยชน์

สรพ. เปิดเวทีเล่าความสำเร็จหลังถ่ายโอนภารกิจ ยกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิ พัฒนาคุณภาพมาตรฐาน เพื่อคนท้องถิ่น รวมตัวอย่างต้นแบบ ทั้ง “อบจ.ระยอง -กาญจนบุรี -ภูเก็ต” ชี้การทำงานต้องอาศัยความร่วมมือ ทั้ง อบจ.และก.สาธารณสุข แม้คนละสังกัด แต่สายสัมพันธ์การทำงาน เพื่อประชาชนยังคงเดิม ชูผู้นำให้ความสำคัญงานสาธารณสุข ตอบโจทย์ “ถ่ายโอนแล้ว ต้องดีกว่าเดิม ประชาชนได้ประโยชน์”

เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2569 ที่อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี ภายในงานประชุมวิชาการประจำปี HA National Forum ครั้งที่ 26 จัดโดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ. มีเวทีเรื่อง การถ่ายโอนภารกิจ การยกระดับบริการสุขภาพปฐมภูมิ โดยได้เชิญผู้แทนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) และผู้แทนจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล

โดย พว.เสาวณีย์ อุ่ยตระกูล ที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข กองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระยอง กล่าวว่า ข้อแม้หนึ่งของการถ่ายโอน รพ.สต.จากสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ไปยังอบจ.สังกัดกระทรวงมหาดไทย คือ เมื่อถ่ายโอนไปแล้วต้องดีกว่าเดิม และต้องทำงานเพื่อประชาชน ขณะนั้นยังเป็นคนกระทรวงสาธารณสุข เคยคิดว่าถ้าโอนมาแล้วจะต้องปรับตัวอย่างไร สิ่งสำคัญคือ ต้องเรียนรู้ ปรับตัว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน อบจ.ระยอง รับการถ่ายโอนภารกิจ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และรพ.สต.รวมทั้งสิ้น 85 แห่ง แบ่งเป็นขนาดเล็ก 32 แห่ง กลาง 40 แห่ง และขนาดใหญ่ 13 แห่ง

พว.เสาวณีย์ กล่าวอีกว่า เมื่อมาอยู่ท้องถิ่น เราต้องทำให้พวกเขาเข้าใจและยอมรับความเป็นวิชาชีพของเรา โดยการทำงานจะเป็นไปตามพ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ และคู่มือกระจายอำนาจ และจะขับเคลื่อนผ่านคณะกรรมการสุขภาพระดับพื้นที่ หรือ กสพ. มีนายกอบจ.ระยอง เป็นประธาน มีนพ.สสจ.ระยอง เป็นรองประธาน ซึ่งยังมีนายแพทย์มาร่วมเป็นกรรมการ นี่คือจุดสำคัญ เพราะ นายก อบจ.ต้องการให้คนที่รู้ด้านสาธารณสุข มาร่วมทำงาน

นายก อบจ.ระยอง สนันบสนุนงานสาธารณสุขมาก เพราะท่านบอกทำเรื่องถนน เรื่องอื่นๆมาแล้ว จึงจะทำเรื่องสาธารณสุข โดยเรามีคณะกรรมการพัฒนาปฐมภูมิด้วย ซึ่งโชคดีที่จ.ระยอง มีแพทย์แฟมเมด (แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว) เราก็เชิญมาร่วมทำงานในคณะกรรมการฯ นี้ เราทำงานแบบองคาพยพ มีสหวิชาชีพมาร่วมขับเคลื่อน เป้าหมายในการพัฒนา รพ.สต. คือ หน่วยบริการปฐมภูมิ ผ่านมาตรฐาน หน่วยบริการปฐมภูมิ100% ในปีงบประมาณ 2569” พว.เสาวณีย์ กล่าว

พว.เสาวณีย์ กล่าวว่า เมื่อถ่ายโอนไปแล้ว แรกเริ่มมีการพูดคุยกับกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะต้องทำหน้าที่ควบคุมกำกับ ตามพ.ร.บ.กระจายอำนาจฯ เพราะต้องเป็นRegulator โดยรพ.สต. เป็น Provider ให้บริการ เมื่อเข้าใจตรงนี้ก็สามารถจัดบริการร่วมกันได้ ที่สำคัญเรามีค่าตอบแทนให้กับหมอที่มาช่วยงาน รพ.สต. แม้จะไม่มาก แต่ ก็ทำให้เขาใจฟู จากเดิมไม่ได้รับ

ส่วน อบจ. ต้องเตรียมพร้อม ทั้งทำงบประมาณ สนับสนุนความรู้ด้านมาตรฐาน จัดอบรมเกณฑ์มาตรฐานหน่วยบริการปฐมภูมิ แชร์ประสบการณ์ภาพในกลุ่มโซนสุขภาพ อย่างเรื่องการประเมินคุณภาพ ทาง อบจ.มีงบประมาณพร้อมสนับสนุน เพราะสาธารณสุขไม่ได้มีงบตรงนี้ แต่ข้อดีคือ อบจ.ระยอง ร่วมมือกับทางสาธารณสุข อสม.เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม เรื่องการประเมินมาตรฐานหน่วยบริการปฐมภูมิ ปี 2567 ผ่านเกณฑ์ประเมิน 3 แห่ง ปี 2568 ผ่านเกณฑ์ประเมิน 34 แห่ง และปี 2569 ผ่านเกณฑ์ 32 แห่ง ซึ่งตั้งเป้าว่าหน่วยบริการปฐมภูมิต้องขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่าย ที่เรียกว่า PCU/NPCU 100% และในปีงบประมาณ 2569 จะต้องผ่านมาตรฐานหน่วยบริการปฐมภูมิ 100% ด้วยเช่นกัน

“ล่าสุดตนได้เข้าร่วมอบรม เรื่องเกณฑ์มาตรฐานปฐมภูมิฉบับใหม่ ซึ่งจะใช้ในช่วงปี 2570-2571 เมื่อได้มาตรฐานปฐมภูมิแล้ว จากนี้ก็จะพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ได้มาตรฐาน HA ของ สรพ. ต่อไป” พว.เสาวณีย์ กล่าว

พว.เสาวณีย์ ย้ำถึงหลักการทำงานว่า สิ่งสำคัญเป้าหมายเราต้องชัด หากเป้าหมายเราไม่ชัดเจนอาจถูกเบรคได้

นายอัครวรรษ ภาคะไชย ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข อบจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า อบจ.กาญจนบุรี รับถ่ายโอน 2 ช่วง คือ ปี 2566 และ 2567 รวม 143 รพ.สต.ที่ถ่ายโอนมา การทำงานเราได้ นายแพทย์มาเป็นนายก อบจ. ทำให้นโยบายสาธารณสุข ถูกขับเคลื่อนค่อนข้างชัดเจน โดยแรกๆ กาญจนบุรีก็ลำบาก แต่ได้ความร่วมมือ ทั้งรพ.สต. และแม่ข่ายเอง การดำเนินงานของเราแม้ รพ.สต.ย้ายสังกัด แต่ความเป็นมาตรฐานวิชาชีพ หัวใจสำคัญของการบริการยังอยู่ที่ประชาชน ซึ่งปัจจุบันรพ.สต.ที่ขึ้นทะเบียน PCU มี 7 หน่วย ส่วนกลุ่มรพ.สต.ที่ขึ้นทะเบียนเป็น NPCU 11 หน่วย ขณะนี้มีบางส่วนยกระดับเป็น รพ.สต.พรีเมียม

พว.จิตรา โรมินทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รักษาการ ผอ.รพ.สต.ศรีสุนทร จ.ภูเก็ต

“หลักสำคัญ คือ การย้ายมาอบจ. ต้องดีกว่าเดิม ซึ่งนายกอบจ. มุ่งการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ อย่างชุดตรวจสุขภาพ ทุกคนมักเข้าใจว่า กระเป๋าอสม. แต่จริงๆ คือ กระเป๋า รพ.สต. โดยทุกอย่างที่มีเพื่ออำนนวยความสะดวกในการนำไปให้บริการประชาชน นอกจากนี้ มีรถเอ็กซเรย์เบื้องต้น ใช้ AI ในการแปรผล รวมถึงรถกู้ชีพกู้ภัย มี 1669 มีการนำเทคโนโลยีทุกอย่างเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการให้บริการของรพ.สต. เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนชาวกาญจนบุรี” นายอัครวรรษ กล่าว

ทั้งนี้ วิชาชีพเป็นสิ่งขาดไม่ได้ โดยอบจ.กาญจนบุรี ไม่มีแพทย์ แต่เมื่อถ่ายโอนมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทิ้งไม่ได้ คือ ต้องสานต่อภารกิจ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์แพทย์หลายๆ ท่าน ที่ยังออกมาช่วย มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ส่งทีมมาช่วยยกระดับการทำงาน

“สิ่งสำคัญ แม้จะเปลี่ยนหมวก แต่เราไม่ได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ ความรักความอบอุ่น บรรยากาศยังเหมือนเดิม การให้คำปรึกษา การส่งต่อยังเหมือนเดิม แต่แน่นอนว่า แม้จะมีข่าวออกมาบ้างว่า อบจ.กาญจนบุรีติดหนี้ติดสิน ซึ่งเป็นเรื่องของระบบ แต่ด้วยความร่วมมือกับ นพ.สสจ. และผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ทำความเข้าใจกันเป็นอย่างดี ทุกวันนี้หักกลบลบหนี้เรียบร้อยแล้ว” นายอัครวรรษ กล่าว

นพ.บัญชา ค้าของ ที่ปรึกษาพิเศษ นายก อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า การถ่ายโอนรพ.สต.ไปอบจ. นั้น รูปแบบจะเป็นแบบไหน อยู่ที่ผู้นำว่าเป็นแบบไหน อย่าง นายกฯ อบจ.ภูเก็ต เป็นคนแบบร่วมใจ ตนเคยเป็นรองอธิบดีกรมอนามัย ลาออกก่อนเกษียณ 2 ปี และไปเรียนรู้งานอบจ.ก่อน เพื่อให้เข้าใจบริบทของพื้นที่ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ยกตัวอย่าง อบจ.จะมีข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งกังวลเรื่องระเบียบต่างๆ เข้มงวดมาก เราต้องเข้าใจ แต่หลักๆ อยู่ที่นโยบาย และอยู่ที่แผนพัฒนาท้องถิ่น หากมีเรื่องที่ต้องทำและบรรจุไว้ในแผนพัฒนาย่อมทำได้แน่นอน

ขณะนี้ อนุกรรมการถ่ายโอนฯ มีแผนพัฒนาท้องที่ ซึ่งสาธารณสุข มีแผนอะไรใส่ไว้ตรงนี้จะได้เป็นแผนเดียวกัน ทำงานร่วมกัน จากนั้นมาแบ่งภารกิจ นี่คือทางออกเพื่อให้แผนงานสาธารณสุขออกมาได้อย่างชัดเจน

ปัจจุบันมี รพ.สต.21 แห่ง ในเรื่องการทำคุณภาพมาตรฐานนั้น จะมีทั้งมาตรฐานสปสช. ตรงนี้ทำแล้วได้เงิน และมาตรฐานของสรพ. แต่เป็นมาตรฐานระดับขั้นพัฒนา ยังไม่ถึงขั้นรับรอง จริงๆ สิ่งที่ท้าทายคือ เราต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในงานต่างๆด้วย ไม่เช่นนั้นจะโหลดเจ้าหน้าที่

ด้าน พว.จิตรา โรมินทร์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รักษาการ ผอ.รพ.สต.ศรีสุนทร จ.ภูเก็ต กล่าวว่า รพ.สต.ศรีสุนทร ถ่ายโอนมาตั้งแต่ปี 2566 โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงไปมาก และมีภารกิจด้านสาธารณสุขเพื่อประชาชนจำนวนมาก เช่น อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ ภูเก็ต เฮลท์แซนด์บอกซ์ ศูนย์ปันสุข เป็นต้น อีกทั้ง เมื่อปี 2567 อบจ.ภูเก็ต ยังได้ MOU ร่วมกับสรพ. ในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ ซึ่งรพ.สต.ภูเก็ตจะมารับรางวัลมาตรฐานขั้นพัฒนาจากสรพ.ในวันที่ 13 มี.ค.2569

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *