แถลงการณ์ขบวนประชาชน 5 ภาค เรื่อง พรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบ ที่สนับสนุนกฎหมายควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชน

โดยเป็นที่ประจักษ์ชัดว่ารัฐบาลมีความพยายามจำกัดและควบคุมการรวมกลุ่มของประชาชนด้วยการผลักดันร่าง พรบ.การดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ…..โดยเฉพาะได้มีการมอบหมายให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีนายจุติ ไกรฤกษ์เป็นรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์จัดรับฟังความเห็นจากองค์กรประชาชนที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายนี้ และองค์กรประชาชนส่วนมากได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายนี้ทั้งฉบับทั้งในเวทีการรับฟังความคิดเห็นที่จัดโดยกระทรวง ทั้งการชุมนุมและการรวบรวมรายชื่อเสนอข้อคัดค้านต่อรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และนายกรัฐมนตรี

เมื่อครบระยะเวลาการรับฟังความเห็นและมีองค์กรประชาชนแสดงความไม่เห็นด้วยโดยส่วนใหญ่ แทนที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะประมวลรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนและประเมินผลกระทบในการออกกฎหมาย กลับทำในสิ่งตรงกันข้ามโดยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงได้สั่งการให้กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจัดทำเอกสารชี้แจงโดยอ้างประเด็นความเข้าใจผิดที่ทำให้องค์กรแสดงความเห็นในเชิงลบต่อร่างกฎหมายและส่งให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเพื่อประชาสัมพันธ์ต่อสภาองค์กรชุมชนและเครือข่ายภาคประชาสังคม อีกทั้งมีการขยายระยะเวลาการรับฟังความเห็นออกไปอีก ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจขัดกับหลักการรับความเห็นตามรัฐธรรมนูญที่ผู้รับผิดชอบรับฟังความเห็นจะต้องเป็นวางตัวเป็นกลาง ไม่แทรกแซงหรือกดดันความเห็นของประชาชน

พวกเรายืนยันว่าเนื้อหาของกฎหมายฉบับดังกล่าวว่ามีนัยแฝงที่ต้องการสร้างเงื่อนไขผ่านกฎหมายเข้ากำกับควบคุมการรวมกลุ่มรวมตัวของประชาชนอย่างแยบยล แต่กลับอธิบายว่าเป็นการจัดระเบียบและส่งเสริมองค์กรไม่แสวงหากำไร ทั้งที่ความจริงแล้วสาระสำคัญในหลายมาตราเต็มไปด้วยการจำกัดบทบาทหน้าที่ขององค์กรประชาชนให้กระทำหรือไม่ให้กระทำการใดตามความของรัฐเท่านั้น ที่มากไปกว่านั้นคือการสถาปนาอำนาจเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายเกินอำนาจศาลยุติธรรมที่สามารถชี้เป็นชี้ตายกับกลุ่มองค์กรประชาชนได้ ซึ่งรัฐบาลกำลังสร้างเครื่องมือชนิดใหม่เพื่อจำกัดหรือควบคุมการรวมกลุ่มทางสังคมไว้ในกำมือของตนเท่านั้น ซึ่งหากกลุ่มองค์กรใดขัดขืนหรือไม่ดำเนินการตามความต้องการของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะมีบทลงโทษที่หนักเกินกว่าเหตุ

พวกเรายังมีความเห็นว่าร่างกฎหมายนี้เป็นการสร้างภาระให้กับประชาชนโดยไม่จำเป็น เพราะการการควบคุมองค์กรทางสังคมของประเทศไทย มีกฎหมายอื่นที่สามารถนำมาใช้ได้อยู่แล้วหลายฉบับ ทั้งกฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายการฟอกเงิน หรือระบบระเบียบอื่นๆอีกมากมาย และเป็นการสร้างความหวาดวิตกให้บุคคลทั่วไปที่จะรวมกลุ่มกันทำประโยชน์สาธารณะ เพียงเพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมายและอาจจะถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้โดยง่ายจนไม่อยากจะเข้ามารวมกลุ่มกัน อันถือเป็นการขัดกับเสรีภาพในการรวมกลุ่ม และเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากลในระบอบประชาธิปไตย

ด้วยเหตุดังกล่าว การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เพียงแต่ไม่สนใจและไม่เข้าใจถึงภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นกับการรวมตัวขององค์กรประชาชนภายใต้กฎหมายฉบับดังกล่าว ละเลยเพิกเฉยไม่ฟังความเห็นของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยอย่างแพร่หลายที่ดำเนินการรับฟังตามรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังพยายามยังบิดเบือนกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชนอีกด้วย

ซ้ำร้ายกับกรณีที่อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งกำลังถูกดำเนินคดีข่มขืน อนาจาร ล่วงละเมิดทางเพศ กับผู้เสียหายมากกว่า 15 รายนั้น ได้สร้างความเสื่อมเสียรุนแรงต่อพรรคและสร้างความไม่พอใจอย่างสูงยิ่งกับพี่น้องประชาชน แต่ก็ยังไม่ปรากฏท่าทีที่ชัดเจนของรัฐมนตรีคนเดียวกันในกรณีนี้ ทั้งที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ประกอบกับการมุ่งผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

พวกเราจึงเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องรับผิดชอบและต้องทบทวนอุดมการณ์ของพรรคเสียใหม่ด้วยว่ายังเชื่อมั่นและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากลในระบอบประชาธิปไตยด้วยการยกเลิกการออกกฎหมายดังกล่าวโดยทันที

แถลงวันที่ 28 เมษายน 2565
นายสมบูรณ์ คำแหง ที่ปรึกษาขบวนประชาชน 5 ภาค โทร 0617055401
นายเจกพันธ์ พรมมงคล เลขานุการขบวนประชาชน 5 ภาค โทร 064 2706253

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น