ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส คูเป้ (Porsche Cayenne GTS Coupé)

ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส (Porsche Cayenne GTS): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.1 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 12.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 276 กรัมต่อกิโลเมตร

ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส คูเป้ (Porsche Cayenne GTS Coupé): อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 8.1กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 12.2 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 276 กรัมต่อกิโลเมตร

สองสุดยอดสปอร์ต SUV ยกระดับความแรง พร้อมเพิ่มเติมอุปกรณ์พิเศษ 

ติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ V8: ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอสใหม่ (The new Porsche Cayenne GTS) 

สตุ๊ทการ์ท. ผสานความสปอร์ตและอรรถประโยชน์เป็นหนึ่งเดียว: ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส (Porsche Cayenne GTS) และ คาเยนน์ จีทีเอส คูเป้ (Cayenne GTS Coupé) เสริมทัพยนตรกรรมสปอร์ต SUV รุ่นเรือธงด้วยงานออกเเบบ และสมรรถนะอันยอดเยี่ยมสำหรับรุ่นทีเอส (GTS) หัวใจสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้คือขุมพลังการขับเคลื่อน: เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ขนาดความจุ 3.6 ลิตร ซึ่งบรรจุอยู่ใต้ฝากระโปรงของรุ่นก่อนหน้า คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS) ถูกแทนที่ด้วยการกลับมาติดตั้งเครื่องยนต์ V8 อีกครั้ง ส่งมอบพละกำลังสูงสุด 460 แรงม้า (338 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดมหาศาลกว่า 620 นิวตันเมตร แหล่งกำเนิดพลังขนาดความจุ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่สามารถยกระดับสมรรถนะการขับขี่ในทุกด้านให้เหนือขึ้นไปอีกขั้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ จีทีเอส (GTS) ทั้ง 2 ตัวถังให้อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาเพียง 4.5 วินาทีเมื่อติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono package ทะยานทะลุพิกัดความเร็วสูงสุดถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบช่วงล่างที่เน้นประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมจากการ ลดระดับความสูงลง งานออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์สะท้อนบุคลิกเฉพาะตัวและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ได้รับ การติดตั้งเพิ่มเติม สมกับเป็น จีทีเอส (GTS)

ทรงพลัง เปี่ยมประสิทธิภาพ เร้าใจทุกสัมผัส: เครื่องยนต์ V8 พร้อมระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ต ใหม่

เครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ขนาดความจุ 4.0 ลิตรขีดสุดความแรงของสายพันธ์ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่โดยปอร์เช่ เพื่อประจำการใน คาเยนน์ จีทีเอสใหม่ (The new Cayenne GTS)ให้กำลังเพิ่มขึ้น 20แรงม้า (14 กิโลวัตต์) และแรงบิดเพิ่มขึ้น 20 นิวตันเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าคือ องค์ประกอบหลักที่ส่งผลต่อสมรรถนะ ที่เพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด: อัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเร็วขึ้น 0.6 วินาที เมื่อได้รับการติดตั้งชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono package ในส่วนของความเร็วสูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 8กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้นรถคันนี้ยังได้รับการเสริม ประสิทธิภาพ ให้ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นในทุกแง่มุมไม่ว่าจะเป็นเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Tiptronic S ระบบadaptive cylinder control ระบบจ่ายเชื้อเพลิงตรงเข้าห้องเผาไหม้และระบบระบายความร้อนที่ได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาด

เพื่อให้สอดรับกับสมรรถนะการขับขี่อันน่าประทับใจอุปกรณ์มาตรฐานระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตจึงได้รับการปรับ แต่งเพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งมอบประสบการณ์สุดเร้าใจจากเสียงคำรามของเครื่องยนต์ทรงพลังมาพร้อมปลาย ท่อไอเสีย วางตัวบริเวณมุมกันชนหลังทั้ง 2 ฝั่ง ออกแบบโดยเน้นพลังเสียงดุดันสไตล์สปอร์ตเต็มพิกัดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ คาเยนน์ จีทีเอส คูเป้ (Cayenne GTS Coupé) ได้รับการติดตั้งระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตhigh frequency-tuned ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่วางตำแหน่งของปลายท่อไอเสียทรงกลมคู่บริเวณกึ่งกลางของท้ายรถอุปกรณ์ดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ใน คาเยนน์ เทอร์โบ คูเป้ (Cayenne Turbo Coupé) ในอนาคตลูกค้าสามารถเลือกสั่งติดตั้งเป็นอุปกรณ์ พิเศษได้จากชุดแต่ง Lightweight Sports Package

ช่วงล่างลดระดับความสูงลง 20 มิลลิเมตร พร้อมระบบdynamic damper control

ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Porsche Cayenne GTS) ได้รับการปรับแต่งช่วงล่างเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานสูงสุด ในแง่เสถียรภาพการบังคับควบคุมที่โดดเด่นด้วยชุดสปริงเหล็กกล้าลดระดับความสูงตัวรถลงถึง 20 มิลลิเมตร ผสานการ ทำงานกับระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) สำหรับการขับขี่สไตล์สปอร์ตโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังได้รับการติดตั้งระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน สวยสง่า ดุดัน ด้วยล้อมาตรฐานขนาด 21 นิ้ว ลาย RS Spyder Design จานเบรกเหล็กหล่อขนาดใหญ่พิเศษ (390 x 38 มิลลิเมตร ที่ด้านหน้า, 358 x 28 มิลลิเมตรที่ด้านหลัง) ประกบด้วยคาลิเปอร์เบรกสีแดง ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส (Porsche Cayenne GTS) ถ่ายทอดความปราดเปรียวคล่องแคล่วและการตอบสนองที่ฉับไวมายังผู้ขับขี่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อันเป็นคุณสมบัติของยนตรกรรมสปอร์ตพันธุ์แท้ภายใต้รูปลักษณ์ของรถอเนกประสงค์ SUVเสริมประสิทธิภาพการ ลดความเร็วด้วยอุปกรณ์พิเศษPorsche Surface Coated Brake (PSCB) เคลือบสารtungsten carbide บนจานเบรก หรือมั่นใจสูงสุดด้วยระบบเบรกเซรามิก Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) พร้อมทางเลือกพิเศษ อีกหลากหลายรายการ รวมถึงระบบช่วงล่างถุงลม three-chamber air suspension ลดระดับความสูงช่วงล่างลงอีก 10มิลลิเมตร    ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Porsche Dynamic Chassis Control (PDCC) active roll stabilisation system

เเข็งแกร่ง ดุดัน ตอกย้ำสายพันธุ์ จีทีเอส (GTS) ด้วยชุดแต่ง Sport Design package 

ชุดแต่งตัวถัง Sport Design package ติดตั้งเป็นมาตรฐานบ่งบอกเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความพิเศษที่เหนือกว่า เพียงสายตาสัมผัสจากอุปกรณ์ตกแต่งรายรอบคันสีดำ คาเยนน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Cayenne GTS) มาพร้อมล้ออัลลอยด์สีดำเงา satin-gloss Black มาตรฐานขนาด 21 นิ้ว ลาย RS Spyder Design ไฟหน้าLED พร้อมระบบ Porsche Dynamic Light System (PDLS) และไฟท้าย LED รมดำ ช่องรับอากาศกันชนหน้า กรอบกระจกประตู ปลายท่อของระบบระบายไอเสียแบบสปอร์ตตราสัญลักษณ์ประจำรุ่นและตัวอักษรPorsche บริเวณท้ายรถล้วนแล้ว แต่เป็นสีดำ

ภายในห้องโดยสารตกเเต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงได้แก่Alcantara® บนผ้าหลังคา กึ่งกลางเบาะนั่ง ท้าวแขนคอนโซลกลาง และแผงประตู รวมทั้งตกแต่งชิ้นงานอะลูมิเนียมปัดเงาสีเข้มให้ภายในของ คาเยนน์ จีทีเอส (Cayenne GTS) สะท้อนอารมณ์สปอร์ตพร้อมความหรูหรา เบาะนั่งทรงสปอร์ตเฉพาะรุ่น จีทีเอส (GTS) สามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ให้ความมั่นใจในยามขับขี่เข้าโค้งความเร็วสูงด้วยปีกข้างเบาะที่โอบกระชับให้การรองรับร่างกายที่ดียิ่งขึ้น ตราสัญลักษณ์GTS ประทับบริเวณประตูหน้า ธรณีประตู มาตรวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์และหมอนรองศีรษะ พร้อมทางเลือก ในการตกแต่งภายในห้องโดยสารเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของผู้ขับขี่อีกมากมายจากชุดแต่งGTS interior package โดดเด่นจากการตัดโทนสีภายในด้วยสีแดง Carmine Red หรือสีเทา Crayonอาทิ รอยตะเข็บบนอุปกรณ์ต่างๆ

ปอร์เช่ คาเยนน์ จีทีเอส ใหม่ (The new Cayenne GTS) พร้อมรับคำสั่งซื้อเเล้ววันนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูม ปอร์เช่ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ทุกสาขา

กี่ยวกับ AAS Auto Service

ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่าง เป็นทางการ ได้สร้างความเชื่อมั่นในด้านการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าปอร์เช่ทุกท่าน ด้วยทีมวิศวกรที่ผ่านการ ทดสอบระดับเหรียญทอง (ZPT3Gold Theory Test & Recertification) ถึง 12 คน ซึ่งถือว่ามี จำนวนมากที่สุดของศูนย์รถยนต์ปอร์เช่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด 13 ประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความสำคัญ ในเรื่องการให้บริการหลังการขาย โดย เอเอเอส ทุ่มงบการอบรมวิศวกร ของเราให้มีคุณภาพสูงสุด ตามนโยบาย หลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอส ดูแลทั้งรถและคุณ AAS Looking after YOU and your CAR” เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า “AAS The Name you can Trust” ซึ่งพิสูจน์ให้ท่านได้เห็นแล้วตลอดระยะเวลาดำเนินงานมากกว่า 30 ปี

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น