เด็กรุ่นใหม่ไม่พนันชวนดีอี ยึดวันฮาโลวีนบวกวันออมแห่งชาติปักธง “วันรณรงค์หยุดพนันประจำปี” เสนอความร่วมมือป้องกันภัยพนันออนไลน์ ยกระดับการป้องกัน ตัดเส้นทางการเงิน เพิ่มการควบคุมการโฆษณา
วันที่ 30 ตุลาคม 2569 เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนและผู้ทำงานรณรงค์ป้องกันปัญหาจากการพนัน ร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในเทศกาลฮาโลวีน และวันออมแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “ผีพนันช็อตฟิว อยากฮีลออมเงิน” ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างการรับรู้ถึงผลกระทบจากการพนันออนไลน์ที่เข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่าย พร้อมชวนประชาชนเปลี่ยนจากการเสี่ยงพนันมาเป็นการออมเงิน และสะท้อนข้อเสนอในการป้องกันและแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ร่วมกับภาครัฐ
นางสาววศิณี สนแสบ ผู้ประสานงานเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ต้องการส่งเสียงจากเด็กและเยาวชนให้สังคมตระหนักว่าการพนันออนไลน์เป็นภัยคุกคามที่อันตรายมาก สถานการณ์ล่าสุดพบว่า จำนวนนักพนันและวงเงินพนันผ่านช่องทางออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพนันคาสิโนออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ที่น่าเป็นห่วงคือ กลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุเข้าสู่การพนันมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสะดวกในการเข้าเล่น การพบเห็นโฆษณาส่งเสริมการขายอย่างแพร่หลาย และความง่ายดายของโอนจ่ายเงิน
เครือข่ายจึงอยากเสนอว่า ประเทศไทยควรมีวันรณรงค์หยุดพนันเป็นประจำทุกปี โดยเด็กเยาวชนเสนอให้วันที่ 31 ตุลาคมของทุกปีเป็น “วันหยุดผีพนัน” เนื่องจากวันนี้เป็นวันออมแห่งชาติของประเทศไทย ขณะที่ฮาโลวีนเป็นวันแฟนซีที่มีผีเป็นสัญลักษณ์ ขณะที่สังคมไทยก็มีความคิดว่าคนติดพนันคือคนที่ถูกผีพนันเข้าสิง จึงน่าจะเหมาะสมที่จะหยิบวันนี้มาใช้ประโยชน์ในการรณรงค์
นายจักรพงษ์ ชาวงษ์ ผู้อำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การร่วมกิจกรรมรณรงค์ “ผีพนันช็อตฟิว อยากฮีลออมเงิน” กับเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนันและมูลนิธิรณรงค์หยุดพนันในครั้งนี้ เป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงพลังผ่านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสื่อสารให้สังคมเห็นว่าปัญหาการพนันออนไลน์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นภัยที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขได้ กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนันออนไลน์ที่มีช่องทางเข้าถึงได้ง่ายและส่งผลกระทบต่อเด็กเยาวชน และประชาชนในวงกว้าง การแก้ไขปัญหาจึงไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ผู้ให้บริการธุรกรรมการเงินออนไลน์ ภาคประชาชน และเครือข่ายเยาวชน เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส ลดช่องทางการเข้าถึงพนันออนไลน์ และสร้างความรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยีให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ ท่านรัฐมนตรีไชยชนก ชิดชอบ ได้มอบข้อสั่งการ 3 ประการ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน ได้แก่ ประการแรก การจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส สำหรับกรณีพบลิงก์ เนื้อหา หรือการชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงช่องทางแจ้งข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ประการที่สอง การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาพนันออนไลน์ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้มีประสบการณ์ทำงานด้านนี้ รวมถึงผู้ที่มีประสบการณ์ตรงจากการพนัน ได้ใช้ความสามารถและถ่ายทอดข้อเท็จจริงที่พบเจอ เพื่อนำข้อมูลมารวบรวมและส่งต่อให้แพลตฟอร์มต่าง ๆ รับทราบและดำเนินการ และประการสุดท้าย การบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข โดยมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานประสานงานหลัก
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ประเด็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบทำคือ หนึ่ง ยกระดับกลไกในการป้องกันและตัดวงจรการพนันออนไลน์ การปิดกั้นเว็บไซต์และแพลตฟอร์มพนันออนไลน์ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบตรวจจับและปิดกั้นเว็บไซต์พนันแบบ Real-time สร้างความร่วมมือกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในการลบลิงก์หรือบัญชีที่เผยแพร่ช่องทางหรือชักชวนให้เล่นพนัน สอง ตัดเส้นทางการเงินของธุรกิจพนันออนไลน์ โดยการพัฒนาระบบเฝ้าระวังธุรกรรมผิดปกติ ผ่านความร่วมมือกับธนาคารและผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Wallet และสาม เพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการโฆษณาและการตลาดแบบแฝง เช่น กลุ่ม Influencer หรือเพจที่แอบโฆษณาเว็บพนัน รวมถึงระบบการชวนเพื่อนหรือคนรู้จักเพื่อขยายเครือข่ายพนัน ผ่านการกำหนดมาตรการทางกฎหมายชัดเจน”

