จากการที่พรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง ประกาศนโยบายหาเสียงโดย “หวย” เป็นกลยุทธสำคัญในการสร้างแรงจูงใจประชาชนเพื่อหวังผลบางประการ เช่น หวังให้เกิดการออมที่มากขึ้น หรือหวังให้เกิดการสมัครใจเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของธุรกิจขนาดย่อม เป็นต้น
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ในฐานะตัวแทนเครือข่ายรณรงค์หยุดพนันจาก 5 ภูมิภาค แถลงว่า “เครือข่ายฯ ขอประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับนโยบายสารพัดหวยของทุกพรรคการเมือง ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
1) หวยเป็นการพนัน ไม่ว่าจะสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือหวยใต้ดิน รวมทั้งหวยอื่น ๆ จัดเป็นการพนันตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478
2) คนไทยเสียเงินปริมาณมากไปกับหวยในแต่ละปี ทั้งหวยราษฏร์และหวยรัฐ รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 2.5 แสนล้านบาทต่อปี เทียบเป็น 3 เท่าของมูลค่าการซื้อกองทุน LTF และ RMF หรือเทียบได้กับเงินลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
3) หวยเป็นการพนันที่มอมเมาคนไทยมากที่สุด ในปี 2566 คนไทย 27.5 ล้านคนซื้อหวยรัฐ 22 ล้านคนซื้อหวยใต้ดิน เป็นจำนวนคนที่สูงกว่าพนันไพ่ พนันออนไลน์ และพนันฟุตบอลถึง 5 เท่า ขณะที่ทุก ๆ ปีจะมีคนไทยเป็นลูกค้าหวยหน้าใหม่เพิ่มขึ้นถึงปีละกว่า 4 แสนคน
4) เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ อันเป็นประชากรกลุ่มเปราะบางเป็นเหยื่อของหวยจำนวนมาก ปี 2566 เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมากกว่า 5 แสนคนซื้อหวย (4 แสนคนซื้อสลากกินแบ่ง 1.7 แสนซื้อหวยใต้ดิน) ส่วนเยาวชนอายุ 19-25 ปี เกือบ 4 ล้านคนเล่นหวย (2.1 ล้านคนซื้อสลากฯ 1.7 ล้านคนซื้อหวยใต้ดิน) ขณะที่ผู้สูงอายุ 6.7 ล้านคนยังคงวนเวียนอยู่กับหวย (3.7 ล้านคนซื้อสลากฯ 3 ล้านคนซื้อหวยใต้ดิน)
5) ยิ่งเพิ่มหวยรัฐ หวยบริวารยิ่งเติบโตตาม 12 ปีที่ผ่านมามีการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มขึ้นร่วม 300% จาก 36 ล้านใบในปี 2556 มาเป็นมากกว่า 100 ล้านใบในปัจจุบัน แต่กลับทำให้หวยใต้ดินเติบโตตามไปด้วยในอัตราการขยายตัวที่พอ ๆ กัน
ที่น่าสังเกตคือเมื่อหวยหลักเติบโต หวยเล็กหวยน้อย เช่น หวยออนไลน์ หวยเพื่อนบ้าน และหวยอื่น ๆ เติบโตตามไปด้วยกว่า 150% หากมีการเพิ่มหวยใหม่ ๆ เข้ามาอีกจะเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจหวยใต้ดินสามารถออกหวยคู่ขนานที่อ้างอิงกับหวยรัฐนั้น ๆ และกระตุ้นให้ประชาชนเล่นพนันกันมากขึ้น6) “คนไทยนับล้านคนเสพติดหวย” มากกว่า 1 ใน 5 ของคนเล่นหวยยอมรับว่า “เสพติด” ไม่ซื้อหวยไม่ได้ เกิน 5 ล้านคนยอมรับว่าเสพติดการซื้อสลากฯ อีก 4.5 ล้านคนยอมรับว่าเสพติดหวยใต้ดิน อีก 6 แสนคนยอมรับว่าเสพติดหวยอื่น ๆ
หากไม่ได้ซื้อหวยจะมีอาการบางอย่าง เช่น หงุดหงิดกระวนกระวาย หักห้ามใจไม่ได้ สุดท้ายต้องซื้อหวย พรรคการเมืองควรมองเห็นว่า ที่ผ่านมาคนไทยจึงถูกกระหน่ำรอบด้านจากหวย ที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการจัดการปัญหาที่ไม่โปร่งใสและไร้ประสิทธิภาพ และ “ความเหลื่อมล้ำคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยจำนวนมากฝากความหวังกับหวย” การที่จะเพิ่มหวยสารพัดรูปแบบเข้ามาในสังคม จะเป็นการตอกย้ำว่าการที่ประชาชนรอคอยและตั้งความหวังอยู่กับ “โชคลาภ” เป็นสิ่งที่รัฐยอมรับและสนับสนุน และเป็นการผลิตซ้ำความคิด “หวยคือความหวังของคนจน” กดทับซ้ำลงไปว่าชีวิตนี้มีแต่หวยเท่านั้นเป็นความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ แทนที่จะสนับสนุนการสร้างความมั่นคงของชีวิตด้วยตนเอง รัฐที่ดีจึงควรทำหน้าที่ “ลดบทบาท” ของการพนันในสังคม ไม่ใช่ผู้สนับสนุน “การพนัน” และใช้พนันเป็น “เครื่องมือ” เสียเอง
เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน 5 ภูมิภาคมีความเห็นว่า พรรคการเมืองที่ดีควรแข่งกันเสนอนโยบายที่สร้างสรรค์ ที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคณะบุคคลที่เสนอตัวเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่แข่งกันขายความหวังที่ไร้ความหวังโดยสิ้นเชิงเช่นนี้ จึงขอเรียกร้องนโยบายจูงใจที่สร้างสรรค์จากทุกพรรคการเมือง และขอให้หยุดจูงใจคนไทยด้วยนโยบายขายหวยทุกชนิด

