หัวเว่ยจัดใหญ่ ‘ไทยแลนด์ พาร์ทเนอร์ ซัมมิท’หนุนพันธมิตรสร้างอนาคตดิจิทัลอัจฉริยะร่วมกัน

หัวเว่ย ไทยแลนด์ พาร์ทเนอร์ ซัมมิท 2025 ประสบความสำเร็จได้รับการตอบรับจากพาร์ทเนอร์ร่วมงานมากกว่า 800 คน จาก 300 บริษัท

กรุงเทพฯ 4 เมษายน 2568 – หัวเว่ย ผนึกกำลังพาร์ทเนอร์ยกระดับงานประจำปี “หัวเว่ย ไทยแลนด์ พาร์ทเนอร์ ซัมมิต 2025” ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยภายใต้ธีม Growing Together for a Digital and Intelligent Future เผยแนวคิดนิยามใหม่สร้างความพร้อมอุตสาหกรรมเตรียมรับมือพัฒนาการอีกขั้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอที่กำลังเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างรอบด้าน

ในการประชุมครั้งนี้ หัวเว่ยได้ประกาศเสริมสร้างระบบความร่วมมือ “พาร์ทเนอร์+หัวเว่ย” ที่แข็งแกร่งและเป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อร่วมกันคว้าโอกาสในยุคอัจฉริยะ ช่วยให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมไทยเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัจฉริยะโดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 800 คนจากบริษัทมากกว่า 300 แห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและอัจฉริยะของประเทศไทยที่มีมากขึ้น

นายวิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยุคแห่ง All Intelligence กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และพลิกโฉมอุตสาหกรรมในทุกมิติที่กระตุ้นให้องค์กรจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน ICT ที่รองรับเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยเฉพาะเทรนด์ของ AI ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะต้องร่วมกันค้นหาโอกาสใหม่ ๆ

“เราขอยืนยันถึงความตั้งใจในการสร้างพาร์ทเนอร์ อีโคซิสเต็มส์ที่แข็งแกร่ง โปร่งใส และเป็นธรรม การทำงานร่วมกันของเราจะช่วยสร้างคุณค่า ยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอัจฉริยะให้เร็วยิ่งขึ้น” นายจาง กล่าว

พร้อมกับเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ธุรกิจองค์กรในการสร้างความเข้มแข็งผ่านการพัฒนาทรัพยาการและการจัดการโครงสร้างที่มีประสิทธภาพ พร้อมกับการขยายตลาดและความสามารถทางการค้า ในด้านการจัดรูปแบบองค์กร การจัดสรรทรัพยากร ระบบพาร์ทเนอร์ ผลิตภัณฑ์และโซลูชัน เพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และบรรลุผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาวกับพาร์ทเนอร์ ในปี 2568 ธุรกิจองค์กรของหัวเว่ยประเทศไทยได้ปรับปรุงนโยบายพาร์ทเนอร์เพื่อมอบแรงจูงใจที่มากขึ้น การสนับสนุนการตลาดร่วมกันที่ดีขึ้น และผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

นายเชลดอน หวัง รองประธานอาวุโสธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า การพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่รวดเร็ว โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของ DeepSeek ได้มอบพลังให้แต่ละองค์กรสามารถสร้างโซลูชัน AI ที่มีประสิทธิภาพสูงแต่ใช้ทรัพยากรต่ำที่เฉพาะเจาะจงของตนเอง ซึ่งช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชาญฉลาดอย่างครบวงจร อย่างไรก็ตาม องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายใหญ่สองข้อในเวลาเดียวกัน คือ การปรับตัว และทักษะของบุคลากรที่ต้องเป็นไปไนทิศทางเดียวกัน

ในบริบทนี้ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ในยุค AI หัวเว่ยจำเป็นต้องร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเป็นตัวเชื่อมที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลและความอัจฉริยะ ในการกำหนดนิยามใหม่ของพื้นที่ทำงาน การปรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมไอซีที เพื่ออำนวยความสะดวกในการอัพเกรดเทคโนโลยีและการใช้งานแบบครบวงจร พร้อมๆ กับการกำหนดนิยามใหม่ของรูปแบบการทำงานร่วมกันของพันธมิตรภายใต้แนวคิด “Partners + Huawei” ที่มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านเพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยม

นายเอริค หลี่ ประธานฝ่ายพัฒนาพาร์ทเนอร์ของหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ได้แนะนำวิธีที่หัวเว่ยทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์เพื่อให้บรรลุความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในสามตลาด ประกอบด้วยธุรกิจในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่, ธุรกิจคอมเมอร์เชียล และการจัดจำหน่าย ภายใต้แนวคิด ‘พาร์ทเนอร์ + หัวเว่ย’” ที่มั่นคงและเป็นประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว โดยได้เผยถึงนโยบายพาร์ทเนอร์ที่จะยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำงานร่วมกับคู่ค้าเพื่อร่วมลงทุน รวบรวมทรัพยากรที่ทรงคุณค่า และทำให้ระบบแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในการประชุมครั้งนี้ พาร์ทเนอร์หลายรายได้แบ่งปันความสำเร็จด้านนวัตกรรมร่วมกับหัวเว่ย โดยนายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ภายใต้ความท้าทายที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ หัวเว่ยได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีและความคล่องตัวทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม ปรัชญาการบริการที่ ‘ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง’ ของบริษัทได้กลายเป็นการสนับสนุนสำคัญของเราในการรับมือกับความท้าทายของตลาด”

ขณะที่นายปฐม อินทโรดม กรรมการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) เน้นย้ำว่า “ความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของหัวเว่ยในด้านเอไอ และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรม กำลังช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุการก้าวกระโดดในประสิทธิภาพการดำเนินงานและนวัตกรรมโมเดลธุรกิจ”

นายสาธิต วรรณวุฒิ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเน็ตเวิร์ค บริษัท ซีวายเอ็น คอมมิวนิเคชั่น จำกัด พาร์ทเนอร์ชั้นนำในการจัดจำหน่าย Huawei eKit กล่าวว่า Huawei eKit เป็นแบรนด์ที่มุ่งเน้นตลาดเอมเอ็มอีเป็นหลักโดยนำเอาความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดของหัวเว่ยมาสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจขนาดเล็กในหลากหลายอุตสาหกรรม มอบทางเลือกที่ดีกว่าให้กับตลาดเอสเอ็มอีไทย ด้วยจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่าย ทำให้สามารถส่งมอบได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรด้านเทคนิคที่หลากหลาย ให้ทั้งเทคโนโลยีและแนวทางการทำงานช่วยพัฒนาขีดความสามารถทางเทคนิคของวิศวกรอย่างมีประสิทธิภาพ”

เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ในระหว่างการประชุมครั้งนี้ พาร์ทเนอร์ด้านการบูรณาการดิจิทัลชั้นนำจากประเทศจีนกว่า 10 รายได้ร่วมกับหัวเว่ยเปิดตัวโซลูชันนวัตกรรมร่วมตามสถานการณ์ 8 โซลูชันหลักที่ครอบคลุมภาครัฐ การเงิน การศึกษา และภาคส่วนอื่นๆ โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะดิจิทัลจากจีนเพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมไทยมีความอัจฉริยะมากขึ้น และสร้างแพลตฟอร์มการสื่อสารและความร่วมมือระหว่างพาร์ทเนอร์ด้านดิจิทัลอัจฉริยะจีน-ไทยที่เปิดกว้างมากขึ้น

ในพิธีมอบรางวัลที่จัดขึ้นในช่วงค่ำของวันเดียวกัน หัวเว่ยได้มอบรางวัลสามประเภทให้แก่พาร์ทเนอร์ได้แก่ “รางวัลการเติบโตก้าวกระโดด”, “รางวัลความร่วมมือยอดเยี่ยม” และ “รางวัลฮีโร่” เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพาร์ทเนอร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล รางวัลเหล่านี้มอบให้กับพาร์ทเนอร์ที่มีผลงานโดดเด่นร่วมกับหัวเว่ย รวมทั้งพาร์ทเนอร์ที่มุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันในอุตสาหกรรมเฉพาะทางและพาร์ทเนอร์ด้านบริการ ขณะเดียวกันก็ยกย่องบุคคลผู้โดดเด่นในกลุ่มพันธมิตรสะท้อนให้เห็นถึงพลังที่หลากหลายของระบบนิเวศพันธมิตรของหัวเว่ย

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *