“บาส-ปอป้อ” ผงาดคว้าแชมป์ โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น

“บาส-ปอป้อ” ผงาดคว้าแชมป์ โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น  เบิ้ลแชมป์ซูเปอร์ 1000 ครั้งประวัติศาสตร์ สองสัปดาห์ติดต่อกัน

การแข่งขันแบดมินตันรายการ “โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น”  ทัวร์นาเมนต์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ชิงเงินรางวัลรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 30,100,000 บาท ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในรูปแบบนิวนอร์มอลภายใต้มาตรการคุ้มเข้มเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยไม่อนุญาตให้แฟนแบดมินตันและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าภายในสนามโดยเด็ดขาด โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ม.ค. เป็นการลงสนามแข่งขันวันที่หกซึ่งเป็นวันสุดท้ายในรอบชิงชนะเลิศ

ประเภทคู่ผสมรอบชิงชนะเลิศ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย คู่มือวางอันดับ 1 ของรายการ คู่มืออันดับ 3 ของโลก ลงสนามพบกับ แช ยูจุง กับ โซว ซองแจ คู่มือวางอันดับ 4 ของรายการ คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ สำหรับสถิติในการพบกันของทั้งคู่ก่อนหน้านี้เคยพบกันมาทั้งหมด 8 ครั้ง เป็นทาง เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ที่ทำผลงานได้เหนือกว่าเก็บชัยชนะไปได้ 5 ครั้ง ล่าสุดในรอบรองฯ ศึก โยเน็กซ์ ไทยแลนด์ โอเพ่น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คู่ของ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี เฉือนเอาชนะมาได้

ในแมทช์นี้เกมการแข่งขันในเกมแรก เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ยังคงทำผลงานได้อย่างร้อนแรงคุมรูปเกมเปิดเกมบุกเอาชนะไปได้ 21-16 จากนั้นในเกมที่สองรูปเกมของทั้งคู่กลับมาผลัดกันทำคะแนนได้อย่างสนุกคู่คี่สูสีช่วงพักครึ่งเกม แช ยูจุง กับ โซว ซองแจ ขยับขึ้นนำ 11-10 จนเข้าสู่ช่วงปลายเกมยังคงเป็น แช ยูจุง กับ โซว ซองแจ ที่ออกนำ 20-19 ก่อนที่ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี จะมาฮึดเร่งเครื่องทำสามคะแนนรวดพลิกแซงชนะไปได้หวุดหวิดในเกมที่สอง 22-20 ใช้เวลาแข่งขัน 46 นาที คว้าแชมป์ที่สองติดต่อกันได้สำเร็จ

โดยในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นายเคลวิน แทน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี รับเงินรางวัล 7,4000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2,220,000 บาท และรองแชมป์ แช ยูจุง กับ โซว ซองแจ รับเงินรางวัล 35,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1,050,000 บาท

“บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ และ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี เผยว่า “ดีใจและมีความสุขที่สามารถคว้าแชมป์สองรายการติดต่อกันในสองสัปดาห์ ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เกมโดยรวมในวันนื้เป็นไปตามแผน เราได้บุกเยอะกว่า ปอป้อคุมหน้าเน็ตได้ดี และเราสามารถจบแมตช์ใน 2 เกมได้ถือว่าเป็นไปตามแผน  หลังจากนี้เราต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายให้เร็วที่สุด ไปยืดไปนวด และพูดคุยกับโค้ชเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรายการเวิลด์ทัวร์ไฟนอลส์ในสัปดาห์หน้า ให้ทางวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย”

“สำหรับการแข่งขันในเวิลด์ทัวร์ไฟนอลส์ในสัปดาห์หน้า อยากจะโฟกัสทีละแมตช์มากกว่า เพราะคู่แข่งน่าจะมีการปรับเปลี่ยนแผน เราก็ต้องเตรียมปรับเช่นกัน อยากเชิญชวนแฟนกีฬาเป็นกำลังใจให้ให้พวกเราในการแข่งขันสัปดาห์หน้าซึ่งมีหลายคนไม่ว่าจะเป็นเมย์ รัชนก อินทนนท์ หมิว พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ และกิ๊ฟ-วิว” ทั้งคู่กล่าว

สำหรับผลการแข่งขันคู่อื่นๆในรอบชิงชนะเลิศมีดังนี้ ประเภทหญิงคู่ คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง คู่มือวาง 4 ของรายการ คู่มืออันดับ 6 ของโลกจากเกาหลีใต้ ไล่ตบเอาชนะเพื่อนร่วมชาติ ลี โซฮี กับ ชิน เซืองชาน คู่มือวางอันดับ 3 ของรายการ คู่มืออันดับ 4 ของโลกจากเกาหลีใต้ ไปได้แบบสนุก 2-0 เกม 21-18 21-19 ใช้เวลาแข่งขัน 56 นาที

โดยได้รับเกียรติจาก พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ คิม โซยอง กับ กอง ฮียอง รับเงินรางวัล 7,4000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2,220,000 บาท และรองแชมป์ ลี โซฮี กับ ชิน เซืองชาน  รับเงินรางวัล 35,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1,050,000 บาท

ประเภทชายคู่ หลี่ หยาง กับ หวัง ฉีหลิน คู่มือวาง 6 ของรายการ คู่มืออันดับ 7 ของโลกจากไต้หวัน ไล่ตบเอาชนะ อารอน เชี๊ยะ กับ โซ วูยิค คู่มือวาง 8 ของรายการ คู่มืออันดับ 9 ของโลกจากมาเลเซีย ไปได้ 2-0 เกม 21-13, 21-18 ใช้เวลาแข่งขัน 36 นาที คว้าแชมป์ที่สองติดต่อกันได้สำเร็จ 

โดยได้รับเกียรติจาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ หลี่ หยาง กับ หวัง ฉีหลิน รับเงินรางวัล 7,4000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2,220,000 บาท และรองแชมป์ อารอน เชี๊ยะ กับ โซ วูยิค รับเงินรางวัล 35,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1,050,000 บาท

ประเภทหญิงเดี่ยว คาโรลิน่า มาริน มือวางอันดับ 5 ของรายการ มืออันดับ 6 ของโลกจากสเปน ยํ้าแค้นเอาชนะ ไถ้ ซื่อหยิง มือวาง 1 ของรายการ มืออันดับ 1 ของโลกจากไต้หวัน ไปได้สำเร็จ 2-0 เกม 21-19, 21-17 ใช้เวลาแข่งขัน 48 นาที คว้าแชมป์ที่สองติดต่อกันได้สำเร็จ 

โดยได้รับเกียรติจาก คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC Member)  และ นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ คาโรลิน่า มาริน รับเงินรางวัล 7,0000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2,100,000 บาท และรองแชมป์ ไถ้ ซื่อหยิง รับเงินรางวัล 34,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1,020,000 บาท

ประเภทชายเดี่ยว วิคเตอร์ อเซลเซ่น มือวาง 4 ของรายการ มืออันดับ 4 ของโลกจากเดนมาร์ก ไล่ต้อนเอาชนะรุ่นพี่ในทีมชาติ ฮาน คริสเตียน วิตติ้งฮุส มืออันดับ 42 ของโลกจากเดนมาร์ก ไปได้ตามคาด 2-0 เกม 21-11, 21-7 ใช้เวลาแข่งขัน 40 นาที คว้าแชมป์ที่สองติดต่อกันได้สำเร็จ 

โดยได้รับเกียรติจาก นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นผู้มอบรางวัลให้กับแชมป์ วิคเตอร์ อเซลเซ่น รับเงินรางวัล 7,0000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2,100,000 บาท และรองแชมป์ ฮาน คริสเตียน วิตติ้งฮุส รับเงินรางวัล 34,000 เหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 1,020,000 บาท

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “การแข่งขันรายการ “โตโยต้า ไทยแลนด์ โอเพ่น” ทัวร์นาเมนต์เวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 1000 ได้เสร็จสิ้นลงอย่างงดงาม เราก้าวมาได้ 2 ใน 3 ของการจารึกประวัติศาสตร์ของกีฬาแบดมินตันโลกแล้ว นักกีฬาทุกคนแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และแข่งขันกันอย่างเข้มข้ม ให้สมกับที่รอคอยการแข่งขันมานานถึงเกือบหนึ่งปี ภาพรวมของการจัดการแข่งขันออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงว่า เป็นครั้งแรกที่จัดการแข่งขันระหว่างประเทศในสภาวะที่ไม่ปกติ มีเงื่อนไขและข้อจำกัดมากมาย และท้าทายให้เราต้องเอาชนะ เพื่อให้ทุกคนในบับเบิ้ลปลอดภัยจากโควิด-19  เชื่อว่า แฟน ๆ แบดมินตันทั่วโลกและที่ประเทศไทย จะได้ชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันแบดมินตันระดับโลกกันอย่างเต็มอิ่ม และมีความสุข ได้มีโอกาสเห็นนักกีฬาแบดมินตันที่ตนชื่นชอบ นักกีฬายอดฝีมือมาประลองกันอีกครั้งถึง 3 รายการติดต่อกัน”

“นอกจากนั้น ยังได้เห็นพิธีมอบรางวัลแบบเสมือน หรือ Virtual presentation ด้วย เพราะผู้มอบรางวัลซึ่งอยู่ภายนอกบับเบิ้ลรวมถึงตัวปัทมาเองด้วย ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบับเบิ้ล เรายังคงรักษามาตรการรักษาความปลอดภัยจากโควิด-19 ในบับเบิ้ลอย่างเหนียวแน่น”

“ในส่วนของผลงานนักกีฬาไทยในรอบชิงชนะเลิศันนี้ บาส-เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย ยังคงความยอดเยี่ยมมาก ๆ ที่คว้า 2 แชมป์ได้ติดต่อกัน เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของทั้งคู่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ในระดับ เวิลด์ ทัวร์ 1000 ได้เป็นครั้งแรก และในสัปดาห์นี้ก็สามารถสร้างแชมป์ Back to Back 2 สัปดาห์ติดต่อกันได้ ในระดับ เวิลด์ ทัวร์ 1000 เป็นครั้งแรก ด้วยมาตรฐานและฟอร์มการเล่นของ เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี ถือว่าโดดเด่นทั้งเกมรับและเกมรุก”

 “ตามลุ้นตามเชียร์ว่า เดชาพล กับ ทรัพย์สิรี จะสามารถทำ 3 แชมป์ใน 3 สัปดาห์ได้หรือไม่ กับรายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ ที่จะเริ่มวันพุธที่ 27 ม.ค.นี้ พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนเชียร์ นักกีฬาไทยที่ลงทำการแข่งขันในรายการดังกล่าวด้วย ทั้ง เมย์-รัชนก อินทนนท์, หมิว-พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์, กิ๊ฟ-จงกลพรรณ กิติธรากุล กับ วิว-รวินดา ประจงใจ โดยแฟนกีฬาสามารถติดตามชมและเชียร์ได้ทางบ้าน ผ่านการถ่ายทอดสดทางทรูวิชั่นส์ ทรูโฟร์ยู และช่องทางออนไลน์ของทรูฯ ได้เหมือนเดิม” 

“การแข่งขันทัวร์นาเมนต์ประวัติศาสตร์รายการที่ 3 จะเป็นศึกใหญ่  “เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2020”  ชิงเงินรางวัลรวม 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ภายใต้มาตรการในรูปแบบนิวนอร์มอล ระหว่างวันที่ 27 – 31 มกราคมนี้  รายการสุดท้ายนี้จะเป็นไฮไลต์และเป็นบทสรุปอันยิ่งใหญ่ของการแข่งขันแบดมินตันในปี 2020 เพราะจะเหลือเพียงนักกีฬาแบดมินตันที่ทำคะแนนสะสมใน HSBC Road to Bangkok Finals ที่ดีที่สุดอันดับ 1-8 ของแต่ละประเภท โดยให้สิทธิ์นักกีฬาจากชาติเดียวกันเข้ารอบ Finals ได้เพียงแค่ 2 คนในแต่ละประเภทเท่านั้น ที่จะได้ลงช่วงชิงความเป็นหนึ่ง”  คุณหญิงปัทมา กล่าว

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *