การรถไฟฯ พร้อมเปิดเดินขบวนรถทางไกล และขบวนรถชานเมือง(เพิ่มเติม) ภายหลัง ศบค. มีมาตรการผ่อนคลายการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เริ่มเปิดให้บริการ 11 มิถุนายนนี้

การรถไฟแห่งประเทศ ประกาศเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการเดินขบวนรถโดยสารทางไกล ขบวนรถชานเมือง ขบวนรถธรรมดา และขบวนรถท้องถิ่น(เพิ่มเติม) ภายหลังมีมาตรการผ่อนคลายการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดให้รถโดยสารสาธารณะสามารถเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในช่วงเวลาเคอร์ฟิวได้ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป สำหรับผู้โดยสารที่จะเดินทางขบวนรถโดยสารทางไกล สามารถจองล่วงก่อนเดินทางได้ 30 วัน เริ่มเปิดจองวันที่ 10 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีการผ่อนคลายการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด และให้ยานพาหนะ ผู้โดยสาร ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะที่เป็นการขนส่งคนหรือสินค้าระหว่างจังหวัดที่เริ่มออกเดินทางจากจังหวัดต้นทาง ก่อนเวลา 23.00 น. และถึงจังหวัดปลายทางหลังเวลา 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น สามารถเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดในช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหะสถานได้ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงตามหลักเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลกและตามผลการประเมินสถานการณ์ของฝ่ายสาธารณะสุข ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีประชาชนมีความต้องการในการเดินทางมากขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางโดยรถไฟ ทั้งการเดินทางภายในเขตเมือง ระหว่างเมือง และทางไกล ข้ามเขตพื้นที่จังหวัด การรถไฟฯ จึงได้ประกาศเปิดเดินขบวนรถโดยสารทางไกล ขบวนรถชานเมืองขบวนรถธรรมดา และขบวนรถท้องถิ่น (เพิ่มเติม) จำนวน 108 ขบวน เพื่อให้สอดคล้องตามมาตรการผ่อนคลายการเดินทาง ระยะที่ 3 เริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง สำหรับขบวนรถที่เปิดให้บริการในเส้นทางต่าง ๆ มีดังนี้

1. ขบวนรถโดยสารทางไกล เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป จำนวน 20 ขบวน (ไป-กลับ) ดังนี้

1.1 สายเหนือ

ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 (เที่ยวไป) จำนวน 2 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนรถด่วนพิเศษ(ดีเซลราง)

ที่ 7 และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9 (กรุงเทพ – เชียงใหม่)

ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2563 (เที่ยวกลับ) จำนวน 2 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนรถด่วนพิเศษ(ดีเซลราง)

ที่ 8 และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 10 (เชียงใหม่ – กรุงเทพ)

1.2 สายตะวันออกเฉียงเหนือ

ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 (เที่ยวไป) จำนวน 3 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 23 ขบวนรถด่วนพิเศษ(ดีเซลราง)ที่ 71 (กรุงเทพ – อุบลราชธานี)  และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 25 (กรุงเทพ – หนองคาย)  

ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2563 (เที่ยวกลับ) จำนวน 3 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 24 ขบวนรถด่วนพิเศษ(ดีเซลราง)ที่ 72 (กรุงเทพ – อุบลราชธานี) และขบวนรถด่วนพิเศษที่ 26 (หนองคาย – กรุงเทพ)

1.3 สายใต้

ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 (เที่ยวไป) จำนวน 5 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 31 (กรุงเทพ– ชุมทางหาดใหญ่) ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37 (กรุงเทพ – สุไหงโกลก) ขบวนรถด่วนพิเศษ(ดีเซลราง)ที่ 43 (กรุงเทพ – สุราษฎร์ธานี) ขบวนรถด่วนที่ 83 (กรุงเทพ – ตรัง) และขบวนรถเร็วที่ 175 (ชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก)   (**ขบวนรถที่ 31 และ 37 งดให้บริการรับ – ส่ง ผู้โดยสารที่ชุมพร และสุราษฎร์ธานีเนื่องจากยังอยู่ในช่วงเวลาเคอร์ฟิว ขบวนที่ 83 งดให้บริการรับ – ส่ง ผู้โดยสารที่สถานีบางสะพานใหญ่และชุมพร**)

ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2563 (เที่ยวกลับ) จำนวน 5 ขบวน ประกอบด้วย ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 32 (ชุมทางหาดใหญ่ – กรุงเทพ) ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 38 (สุไหงโกลก – กรุงเทพ) และขบวนรถด่วนพิเศษ(ดีเซลราง)ที่40 (สุราษฎร์ธานี – กรุงเทพ) ขบวนรถด่วนที่ 84 (ตรัง – กรุงเทพ) และขบวนรถเร็วที่ 176 (สุไหงโก-ลก – ชุมทางหาดใหญ่)   (**ขบวนรถที่ 32 และ 38 งดให้บริการรับ – ส่ง ผู้โดยสารที่ชุมพร และสุราษฎร์ธานี และขบวน 84 งดให้บริการรับ-ส่ง ผู้โดยสารที่ชุมพร และบางสะพานใหญ่ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเวลาเคอร์ฟิว**)

2. ขบวนรถชานเมือง และขบวนรถธรรมดา และขบวนรถท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง จำนวน 88 ขบวน (ไป-กลับ) ดังนี้

2.1 สายเหนือ ขบวนรถชานเมือง และขบวนรถธรรมดาและขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 15 ขบวน

2.2 สายตะวันออกเฉียงเหนือ ขบวนรถธรรมดาและขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 12 ขบวน

2.3 สายใต้ ขบวนรถธรรมดาและขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 18 ขบวน

2.4 สายตะวันออก ขบวนรถธรรมดา จำนวน 15 ขบวน​

​2.5 สายแม่กลอง – บ้านแหลม ขบวนรถท้องถิ่น จำนวน 6 ขบวน

​2.6 สายวงเวียนใหญ่ – มหาชัย ขบวนรถธรรมดา จำนวน 22 ขบวน

นอกจากนี้ ได้ขยายระยะเวลาให้บริการขบวนรถโดยสารพิเศษ ที่ 9051/9052 (กรุงเทพ – เชียงใหม่ – กรุงเทพ) ขบวนรถโดยสารพิเศษ ที่ 9071/9072 (กรุงเทพ – อุบลราชธานี – กรุงเทพ) และขบวนรถโดยสารพิเศษ ที่ 9075/9076 (กรุงเทพ – หนองคาย – กรุงเทพ) ขยายเวลาให้บริการเพิ่มอีก 30 วัน (ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน – 17 กรกฎาคม 2563) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเพิ่มเติม

นายนิรุฒฯ กล่าวต่อว่า ในด้านมาตรการป้องกันความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมอย่างเคร่งครัด 

โดยให้พนักงานด้านปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และถุงมือยางและ Face shield ตลอดเวลาที่ให้บริการ การตรวจคัดกรองผู้โดยสารอย่างเข้มข้น การจัดให้มีแอลกอฮอล์เจลบริการอย่างเพียงพอและทั่วถึง ทั้งบริเวณสถานีและบนขบวนรถ การรักษาระยะห่าง Social Distancing ให้มีจุดยืน / นั่ง ให้ชัดเจน ทั้งที่สถานีและขบวนรถ โดยจำกัดการจำหน่ายตั๋วโดยสารไว้ที่ร้อยละ 50 ของจำนวนที่นั่งทั้งหมด เมื่อจำหน่ายเต็มตามที่ระบุแล้ว จะไม่จำหน่ายตั๋วอีกรวมทั้งตั๋วไม่มีที่นั่ง (ตั๋วยืน) และการงดจำหน่ายอาหารบนขบวนรถ หากผู้โดยสารที่เดินทางไกลเกินกว่า 3 ชั่วโมง ให้เตรียมอาหารไปรับประทานเอง และจะดำเนินการติดตั้ง แอปพลิเคชั่น (application) “ไทยชนะ” ที่สถานีและบนขบวนรถ (เป็นรายตู้/โบกี้) เพื่อใช้ควบคุมการเข้าออกของผู้โดยสารที่มาใช้บริการผ่าน Check-in และ Check-out จากแอปพลิเคชั่นดังกล่าว

สำหรับผู้โดยสารที่ประสงค์จะเดินทางกับขบวนรถโดยสารทางไกล สามารถจองล่วงได้ 30 วัน  ก่อนเดินทาง โดจะเริ่มเปิดจองตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งกำหนดเวลาต่าง ๆ ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง 

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น