Sandoz ประเทศไทย และองค์การเภสัชกรรม ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar) และพัฒนาศักยภาพด้านเภสัชกรรมในประเทศไทย

  • Sandoz ประเทศไทย และองค์การเภสัชกรรม (GPO) จะร่วมกันประเมินความต้องการของผู้ป่วย ความต้องการใช้ยา รวมถึงวางแผนด้านอุปสงค์และอุปทานสำหรับยาชีววัตถุคล้ายคลึงที่มีคุณภาพสูง
  • บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ครอบคลุมการศึกษาแนวทางด้านกฎระเบียบและการนำยาออกสู่ตลาด พร้อมทั้งสำรวจโอกาสในการพัฒนาศักยภาพด้านอุตสาหกรรมยาในประเทศไทยในอนาคต ซึ่งอาจรวมถึงการบรรจุยาลงในภาชนะ (Filling) การบรรจุหีบห่อ (Packaging) ภายในประเทศ
  • ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยาชีววัตถุคล้ายคลึงได้อย่างยั่งยืน และมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความท้าทายในระยะยาวของระบบสาธารณสุขไทย

กรุงเทพมหานคร, 14 ตุลาคม 2569 – Sandoz (SIX:SDZ/OTCQX:SDZNY) ผู้นำระดับโลกด้านยาในราคาที่เข้าถึงได้ ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับองค์การเภสัชกรรม (GPO) เพื่อวางกรอบความร่วมมือในการศึกษาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ขยายการเข้าถึงยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilars) คุณภาพสูง และเสริมสร้างความมั่นคงและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทานยาในระบบสาธารณสุขของประเทศไทย

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยต้องรับมือกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาความครอบคลุมในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน ในปี 2564 ประชากรไทยประมาณ 98% อยู่ภายใต้หนึ่งในสามระบบหลักประกันสุขภาพภาครัฐ ขณะที่ในช่วงปี 2565–2568 ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.53% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่อยู่ที่ 2.0–2.5% ต่อปี ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ระบุว่า ในปี 2569 ประชากรไทยประมาณ 1 ใน 5 มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และประเทศไทยกำลังมุ่งสู่การเป็น สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society) ภายในปี 2574

การสร้างหลักประกันให้มีการจัดหายาอย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญต่อความยั่งยืนของระบบสาธารณสุข จากข้อมูลของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ประเทศไทยยังพึ่งพาการนำเข้ายามากกว่า 80% ขณะที่ยาบางส่วนที่ผลิตภายในประเทศยังต้องอาศัยการนำเข้าตัวยาสำคัญทางเภสัชกรรม (Active Pharmaceutical Ingredients: APIs) การพึ่งพาการนำเข้าดังกล่าวอาจทำให้การจัดหายาได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ก่อให้เกิดการหยุดชะงัก จึงยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนการจัดหายาในระยะยาวและการเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบการจัดหายา

“บันทึกความเข้าใจฉบับนี้เป็นการผสานจุดแข็งระหว่างความเชี่ยวชาญในประเทศและพันธกิจด้านสาธารณสุขขององค์การเภสัชกรรม เข้ากับประสบการณ์อันยาวนานกว่า 140 ปีของ Sandoz ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานถึง 30 ปี พร้อมด้วยศักยภาพด้านการผลิตและการจัดหาผลิตภัณฑ์ในระดับโลก” อิซาเบล มายา มาร์ติเนซ ผู้บริหาร Sandoz ประเทศไทย “เรามองเห็นโอกาสในการศึกษาแนวทางร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและขยายการเข้าถึงยา ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความมั่นคงและความสามารถในการวางแผนจัดหายาอย่างแม่นยำและคาดการณ์ได้มากขึ้น ผ่านการวางแผนด้านอุปทาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และโอกาสในการสร้างความร่วมมือด้านการดำเนินงานหรือการผลิตภายในประเทศในอนาคต เราหวังว่าจะมีส่วนช่วยส่งเสริมระบบสาธารณสุขไทยให้มีความยั่งยืนและมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น”

ภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ องค์การเภสัชกรรม (GPO) และ Sandoz จะร่วมกันประเมินความต้องการของผู้ป่วย คาดการณ์ความต้องการใช้ยา และวางแผนการจัดหายาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilars) ในประเทศไทย ยาชีววัตถุคล้ายคลึงเป็นยาที่มีความคล้ายคลึงในระดับสูงกับยาชีววัตถุต้นแบบที่ได้รับอนุมัติแล้ว โดยไม่มีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางคลินิกในด้านความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิผล และสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วย การเพิ่มทางเลือกในการรักษาด้วยยาชีววัตถุคล้ายคลึงจึงช่วยเปิดโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและขยายการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย ในระยะแรก ความร่วมมือจะมุ่งเน้นยาชีววัตถุคล้ายคลึงสำหรับรักษาโรคกระดูกพรุนและโรคที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง รวมถึงการรักษาผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่เป็นโรคกระดูกพรุนและมีความเสี่ยงสูงหรือสูงมาก

กรอบการดำเนินงานภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยในระยะแรก ทั้งสององค์กรจะศึกษาแนวทางด้านกฎระเบียบและการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด รวมถึงความเป็นไปได้และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในการโอนทะเบียนตำรับยาให้แก่องค์การเภสัชกรรม ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำหรับระยะต่อไป ทั้งสองหน่วยงานอาจพิจารณาความเป็นไปได้ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การบรรจุยาและการบรรจุหีบห่อภายในประเทศไทย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและความพร้อมในการดำเนินงาน โดยอาจต่อยอดไปสู่การพัฒนาศักยภาพด้านอุตสาหกรรมยาในประเทศในวงกว้างขึ้น หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีภายใต้ข้อตกลงแยกต่างหากในอนาคต

พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า องค์การเภสัชกรรมมีพันธกิจหลักในการดูแลให้ประชาชนเข้าถึงยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการยาที่ซับซ้อน เช่น ยาชีววัตถุคล้ายคลึง หรือ (Biosimilars) จึงเป็นสิ่งที่องค์การฯ ให้ความสำคัญสูงสุด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษา และช่วยให้ระบบสาธารณสุขบริหารทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า การร่วมมือในครั้งนี้ คือการผสานจุดแข็งขององค์กรเข้าด้วยกันอย่างแท้จริง บริษัทแซนดอส ได้รับการยอมรับถึงความเป็นเลิศในฐานะผู้นำและผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมยาชีววัตถุคล้ายคลึงระดับโลก เมื่อนำความเชี่ยวชาญระดับสากลนี้มาผนวกรวมกับความเข้าใจในระบบสาธารณสุขไทย ทำให้ประเทศไทยก้าวข้ามไปไกลในเรื่องของการจัดหายา ทั้งนี้การยกระดับขีดความสามารถด้านเภสัชกรรมของประเทศผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติตามมาตรฐานโลก ทั้งในด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข ส่งผลให้ประชาชนคนไทยได้เข้าถึงการรักษาที่ทันสมัยและมีคุณภาพได้อย่างยั่งยืนต่อไป

กิจกรรมใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ จะต้องผ่านการประเมินเพิ่มเติม เป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานภายในของแต่ละองค์กร และอยู่ภายใต้ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ที่ทั้งสององค์กรจัดทำขึ้นแยกต่างหาก Sandoz จะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านสาธารณสุขในประเทศไทย โดยนำประสบการณ์ระดับโลกด้านยาชีววัตถุคล้ายคลึงมาใช้เพื่อทำความเข้าใจความต้องการในประเทศให้ดียิ่งขึ้น และมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายสำคัญด้านสาธารณสุขของประเทศไทย



ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความคาดการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์หรือผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งมิได้เป็นการรับประกันผลการดำเนินงานในอนาคตแต่อย่างใด ข้อความดังกล่าวจัดทำขึ้นโดยอ้างอิงจากมุมมองและสมมติฐานของฝ่ายบริหารเกี่ยวกับเหตุการณ์และผลการดำเนินงานของธุรกิจในอนาคต ณ เวลาที่มีการจัดทำข้อความนั้น ข้อความดังกล่าวอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภาวะเศรษฐกิจโลกในอนาคต อัตราแลกเปลี่ยน บทบัญญัติทางกฎหมาย สภาวะตลาด การดำเนินกิจกรรมของคู่แข่ง และปัจจัยอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ Sandoz หากความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายประการ หรือหากสมมติฐานที่ใช้เป็นพื้นฐานไม่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงอาจแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากผลลัพธ์ที่คาดการณ์หรือคาดหมายไว้ ข้อความคาดการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์หรือผลการดำเนินงานในอนาคตแต่ละข้อความมีผลเฉพาะ ณ วันที่มีการจัดทำข้อความนั้น และ Sandoz ไม่มีภาระผูกพันในการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อความคาดการณ์ดังกล่าวต่อสาธารณะ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด

เกี่ยวกับ Sandoz

Sandoz (SIX: SDZ; OTCQX: SDZNY) เป็นผู้นำระดับโลกด้านยาที่เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม โดยมีกลยุทธ์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายขององค์กรในการบุกเบิกการเข้าถึงยาเพื่อผู้ป่วย บุคลากรกว่า 20,000 คนจาก 100 สัญชาติทั่วโลกร่วมมือกันเพื่อให้ผู้ป่วยมากกว่าหนึ่งพันล้านคนสามารถเข้าถึงยาของ Sandoz ได้ ซึ่งช่วยสร้างการประหยัดด้านค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพในระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้าง Sandoz มีผลิตภัณฑ์ยาชั้นนำในพอร์ตโฟลิโอประมาณ 1,300 รายการ ครอบคลุมการรักษาโรคตั้งแต่โรคไข้หวัดทั่วไปไปจนถึงโรคมะเร็ง Sandoz มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2429 ในปี 2569 Sandoz ฉลองครบรอบ 20 ปีของการบุกเบิกยาชีววัตถุคล้ายคลึง (biosimilars) ครบรอบ 80 ปีของการผลิตยาปฏิชีวนะ และครบรอบ 140 ปีของประวัติความเป็นมา ในปี 2568 Sandoz มียอดขายสุทธิ 11.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *