ครบรอบ 17 ปี สรพ. ยกระดับมาตรฐาน HA ไทยสู่สากล ชูขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขด้วย “จิตวิญญาณและความปลอดภัย” โรงเรียนแพทย์-รพ.รัฐ-รพ.เอกชน ปลื้มดึงระบบตรวจสอบ เรียนรู้ สร้างสถานพยาบาลคุณภาพ สร้างความมั่นใจผู้ป่วยได้รับบริการที่ดี ปลอดภัย
วันที่ 22 มิถุนายน 2569- ในงานวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ครบรอบ 17 ปี “17 ปี สรพ. ยกระดับมาตรฐาน HA จากความภาคภูมิใจของไทย สู่ความเชื่อมั่นในระดับสากล” พร้อมจัดเสวนาเรื่อง HA Next Generation 2030 : ยกระดับมาตรฐาน HA จากความภาคภูมิใจของไทย สู่ความเชื่อมั่นในระดับสากล”
นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันฯ กล่าวว่า ตนมีส่วนในการยกร่างมาตรฐานสถานพยาบาลขึ้นมา โดยประมวลผลการทำงานของ 4 ประเทศ จนเกิดเป็นมาตรฐานของไทยเมื่อประมาณปี 2538 ขณะนั้นเผชิญคำท้าทายว่าหากมาตรฐานดีให้ทดลองนำไปใช้ถ้าดีจริงคนจะยอมรับเอง.. จนเกิดนำร่องใช้ในโรงพยาบาล 35 แห่ง เมื่อปี 2540 การทำงานที่ยาวนาน ใช้แนวคิดพื้นฐานที่สำคัญ คือ 1 การเยี่ยมสำรวจและการสร้างกระบวนการเรียนรู้ ไม่ใช่ audit 2 คือ Integrity ระบบ HA ของไทยมีจุดเด่นคือ การสร้างการเรียนรู้และการประเมินที่โปร่งใสโดยการปลูกฝังด้วยคุณค่าของการทำงานทั้งผู้เยี่ยมสำรวจและผู้ปฏิบัติในสถานพยาบาล และ 3. เป้าหมาย คือคุณภาพและความปลอดภัยให้ครอบคลุม ทั้งการดูคน ดูไข้ และดูคุ้ม ดังนั้นการพัฒนาอย่างสมดุล ประกอบไปด้วย 3S คือ 1. system ระบบที่มีคุณภาพ 2. Science ความรู้ที่พิสูจน์ได้ และ 3. spiritual จิตวิญญาณและความสุขในการทำงาน ทั้งนี้เป้าหมายคือความปลอดภัยของผู้ป่วย นี่จึงเป็นที่มาของมาตรฐาน HA ของประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน ส่วนอนาคตนั้ตนคิดว่ามีความท้าทาย และซับซ้อนสูง จึงต้องการคำตอบใหม่ๆ เป็นนวัตกร (innovator) ซึ่งต้องเชื่อมโยงสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ากันเพื่อให้ได้ไอเดียใหม่ๆ ทดลองไอเดียต่างๆ รวมถึงใช้แนวคิด U Theory of Change Management เริ่มด้วยการมีเป้าหมายร่วมกัน รับฟังเสียงผู้เกี่ยวข้อง ปล่อยวางความเชื่อ หรือความสำเร็จเดิมๆ เพื่อเปิดรับไอเดียใหม่ จากนั้นก็เริ่มทดลองใหม่ๆ ย้ำว่าคุณภาพไม่ได้เกิดจากการบังคับ กฎหมาย หรือนโยบาย หรือการรับรองใดๆ แต่เกิดจากใจและจิตสำนึกของคนทำงานที่เชื่อมร้อยกัน และสร้างวามมั่นใจของ Consistency ของการปฏิบัติของแต่ละคน

ดร.ดวงสมร บุญผดุง ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันฯ กล่าวว่า การเข้ามาทำงานที่สรพ. แรกๆ ไม่ได้มีทรัพยากรมากนัก แต่เป็นโอกาสที่ทำให้เราได้เห็นความทุกข์ ความกดดันของคนทำงานที่จะต้องให้ได้มาตรฐาน HA ทางสรพ.จึงต้องพัฒนามาตรฐาน คุณภาพของการทำงาน เพื่อให้คนทำงานไม่มีความทุกข์เสียก่อน จะได้ให้การดูแลผู้ป่วยอย่างมีคุณภาพและปลอดภัยตามมา เรียกเป็นธีม “คุณภาพ คุณค่า และคุณธรรม” อิงโครงการ SHA Conference นำมาสู่อีกหลายโครงการที่ทำให้การพัฒนาจิตวิญญาณเป็นรูปธรรม ตนเชื่อว่า ถ้าคนทำงานมีจิตวิญญาณสูง เขาย่อมจะทำสิ่งที่ดีๆ ให้กับคนไข้ได้ สอดคล้องกับเป้าหมายของสถาบันที่จะนำให้ประเทศไทยสู่ความยั่งยืน นำระบบสุขภาพให้ยั่งยืน ไม่ว่าเราจะเป็นใคร และให้ถามตัวเองว่า เราเป็นใคร หน้าที่ของเราในการสร้าง well being ให้กับทุกคน สรพ. จะช่วยให้ รพ.ไปถึงเป้าหมายและขอให้ทุกคนคำนึงถึงความเป็นมนุษย์ไว้เสมอ
ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กล่าวว่า ตนเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลมาก่อน ตอนแรกที่รับฟังเรื่องมาตรฐาน HA ก็ทำให้เป็นทุกข์จริงๆ แต่นั่นก็ทำให้เราต้องเรียนรู้ และหาทางออก ซึ่งสรพ.เองก็ให้โอกาสในการเรียนรู้ ตลอดนำมาสู่การปฏิบัติได้จริง ให้โอกาสโรงพยาบาลค่อยๆ เติบโต จนเกิดเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทุกคนในองค์กรสร้างวัฒนธรรมโรงพยาบาลคุณภาพ เริ่มจากได้การรับรอง HA ธรรมดา เมื่อได้ 2-3 รอบก็จะกระตุ้นการทำงานของทุกคนเพื่อให้โรงพยาบาลนี้มีมาตรฐานที่มากขึ้น จากที่เราเป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง ก็อยากเรียนรู้มาตรฐานโรงพยาบาลขนาดใหญ่ต่อไป เราต้องการผลลัพธ์ที่เป็นเลิศ ผลลัพธ์ในการบริการของแพทย์ที่ดี ในการบริการของหน่วยที่ดี ผลลัพธ์ที่ดีก็ตกอยู่กับคนไข้ และคุณภาพสามารถนำมาประยกต์ใช้ได้ทุกระดับ เพราะคุณภาพอยู่คู่กับชีวิตของทุกคน
นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า กระบวนการรับรองคุณภาพที่ประสบความสำเร็จจะช่วยสร้างคุณค่าให้กับองค์กร ซึ่งต้องเข้าใจว่า โรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตติยภูมิมีผู้ป่วยเยอะ รักษาโรคยุ่งยากซับซ้อน ซึ่งบุคลากรมีคุณภาพอยู่แล้ว แต่ด้วยทรัพยากรจำกัด โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ดังนั้นจะสร้างสมดุลเรื่องบริการกับคุณภาพให้ไปด้วยกันได้อย่างไร จึงพูดคุยกับบุคลากร บริหารจัดการเรื่องวิชาการด้านการรักษาคนไข้ร่วมกันไปด้วยทำให้ได้รับประโยชน์ทั้งบุคคลากรที่ได้งานวิชาการ คนไข้ได้รับการดูแล ส่วนกระบวนการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลที่เข้ามาก็ส่งผล ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ ได้รับการรับรอง ได้เห็นตัวเลขการพัฒนาคนไข้ที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น ประสบความสำเร็จขึ้น และได้เรียนรู้วิธีคิดที่เป็นเชิงระบบ ในการบริหารบุคลากรกว่า 5-6 พันคน ไปสู่เป้าหมายที่ทำให้คนไข้มีความปลอดภัย (Patient Safety) ผ่าน 3P เข้าไปขับเคลื่อน ซึ่งเรายังสามารถนำหลักคิดเหล่านี้ไปใช้กับการทำงานด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย
ดร.ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีความภาคภูมิใจที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน ทำให้ได้รับการยอมรับจากชาวต่างชาติทั่วโลก ซึ่งในช่วงแรกการเปิดโรงพยาบาลประมาณ 27 ปีที่แล้วได้ใช้มาตรฐาน HA และพัฒนาไปเรื่อยๆ กว่า 8 ครั้ง รวมทั้งมาตรฐาน AHA ขอยืนยันว่า HA เป็นระบบคุณภาพที่ที่เราภูมิใจ เพราะมาตรฐานใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น TQA, TQC ต่างก็มีส่วนคล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ไม่ว่ากลยุทธ์การตลาดของโรงพยาบาลจะเปลี่ยนไปอย่างไร สิ่งที่เราไม่เปลี่ยนคือค่านิยมคำว่า Patient Safety กับ Quality แต่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ย้ำว่าโรงพยาบาลจะยั่งยืนได้ต้องมีเอาท์คัมจากผู้ป่วยทั่วโลก และเราตั้งใจเป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำ(Mayo Clinic of Asia) จึงต้องมีคุณภาพทั้งคน ทั้งระบบการ ระบบบริหารจัดการของโรงพยาบาล ซึ่งเราไม่แพ้โรงพยาบาลทั่วโลกเลย และทุกอย่างล้วนคำนึงถึงมาตรฐานHA, AHA หรือทุกๆ อย่าง แต่สิ่งที่อยากให้เพิ่มเติมคือ เทรนด์การดูแลสุขภาพเปลี่ยนจากการรักษามาเป็นการดูแลเชิงป้องกัน ดังนั้นนโยบาย หรือระบบของ HA หรือ Advanced HA จะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนและผลักดันที่ดีในการทำเรื่อง Healthcare and Wellness Destination รวมถึงมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสร้างระบบที่ดีมาตรฐานตรงนี้ให้เรามีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ชื่นชมแนวทางที่ทันสมัยของ HA ในเรื่อง educational learning ทำให้ตนเองอยู่กับระบบคุณภาพได้สนุก ท้าทาย และพัฒนาไม่หยุดยั้ง ทำให้เราเป็นคนคุณภาพที่แท้จิง

พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันสรพ. กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานที่สรพ. จนถึงวันนี้ยังมีคำถามว่า ทำ HA แล้วได้อะไร ซึ่งตนบอกตัวเองเสมอว่า ถ้าเราทำระบบบริการสุขภาพได้ดี สิ่งที่ได้คือประชาชนได้ที่จะได้บริการที่ดี ได้ความปลอดภัย เราต้องพิสูจน์ตรงนี้ ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายมาก โดยเฉพาะการมาเป็นองค์กรมหาชน ซึ่งไม่ได้หมายถึงองค์กรที่จะยืนอยู่ตลอดไป แต่เมื่อกลับไปดูต้นกำเนิดสรพ.คือ “สรพ. เกิดมาเพื่อเป็นหลักประกันให้กับประชาชนได้รับบริการที่มีมาตรฐานและมีคุณภาพ รวมถึงกำหนดมาตรฐานเพื่อพัฒนาระบบบริการให้ยกระดับ ระบบบริการที่มีคุณภาพและมาตรฐาน” นี่คือคำตอบที่ สรพ. ต้องพัฒนาเชิงระบบและขับเคลื่อนไปให้ถึงผลลัพธ์คือจิตวิญญาณ (Spiritual HA) ดูแลผู้ป่วยให้มีความปลอดภัยซึ่งเกิดขึ้นแล้วจริงๆ โดยมีโรงพยาบาลกว่า 70% ที่มีหลักคิดนี้ สำหรับมาตรฐานการรับรองใหม่ที่ถือว่าได้มาตรฐานสากล โรงพยาบาลจะขอการรับรองหรือไม่ขอก็ได้ แต่อยากให้ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับเป็นแนวทางในการบริหารและพัฒนาโรงพยาบาล โดยสามารถโหลดได้ในเว็บไซต์ได้เลย
“มาตรฐาน กระบวนการ องค์กรของ สรพ. เองก็ผ่านการรับรองว่าเป็นองค์กรสากล รวมถึงกระบวนการสร้างและพัฒนาผู้เยี่ยม ดังนั้น ความเป็นสากลของ สรพ. มีแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้คนทั้งประเทศและทั่วโลกได้เห็นความเป็นสากลนั้น สรพ. จะผลักดันจุดแข็งตรงนี้ เพื่อสะท้อนผลลัพธ์แล้วก็สร้างพื้นที่ของการแข่งขันให้เกิดขึ้นในระดับประเทศ เราจะเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจระบบบริการสุขภาพของประเทศไทยที่มีคุณภาพ โดยเกิดจากพละกำลังของคนและบุคคล รวมถึงองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยร่วมกัน โดยเฉพาะกำลังสำคัญที่สุดคือโรงพยาบาล” โดยได้ฝากไว้ว่า คุณภาพ คือการทำงานประจำให้ดี มีอะไรให้คุยกัน ขยันทบทวน พญ.ปิยวรรณ ระบุตอนท้าย

