เฮงเค็ลและสมาชิกของสมาคม EcoBeautyScore Consortium มุ่งเพิ่มทางเลือกของผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนให้กับผู้บริโภค

กรุงเทพฯ – บริษัทเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล 36 แห่ง รวมถึงเฮงเค็ลและองค์กรวิชาชีพต่างๆ ได้ร่วมมือกันจัดตั้งสมาคม EcoBeautyScore Consortium ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาระบบประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการให้คะแนน เพื่อนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในทั่วทั้งอุตสาหกรรม

นายแอนเดรียนโต้ จายาเปอร์นา ประธานบริษัทเฮงเค็ล ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะที่เฮงเค็ลเป็นหนึ่งในผู้นำด้านความยั่งยืน เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในสมาคม EcoBeautyScore Consortium เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของความงามที่ยั่งยืน ความร่วมมือกันจากภาคอุตสาหกรรมครั้งนี้จะทำให้การดำเนินงานด้านความยั่งยืนมีความโปร่งใสมากขึ้น และช่วยให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลของตัวเลือกผลิตภัณฑ์มากกว่าเดิม”

สมาชิกในสมาคมประกอบด้วยบริษัททั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก รวมถึงองค์กรวิชาชีพ ที่มาจาก 4 ทวีป ทำให้ EcoBeautyScore Consortium มีความเป็นสากลและครอบคลุมอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเปิดกว้างให้บริษัทและสมาคมอื่นๆ ที่สนใจสามารถเข้าร่วมได้

นอกเหนือจาก Henkel แล้ว สมาชิกอื่นๆ ในสมาคม ได้แก่: Amorepacific, Babor, Beiersdorf, Colgate-Palmolive, Cosmébio, COSMED, Cosmetic Valley, Cosmetics Europe, cosnova, Coty, The Estée Lauder Companies, Eugène Perma, FEBEA, The Fragrance Creators Association, IKW Beauty Care, The International Fragrance Association, Johnson & Johnson Consumer Inc., JUST International AG, Kao, L’Oréal Groupe, LVMH, Nafigate, NAOS, Natrue, Natura &Co, NOHBA, Oriflame, P&G, Paragon Nordic, Puig, PZ Cussons, Shiseido, Sisley, STANPA และ Unilever

ปัจจุบันสมาคม EcoBeautyScore Consortium กำลังพัฒนาระบบประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการให้คะแนนสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในทั่วทั้งอุตสาหกรรม แนวทางนี้จะทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอย่างโปร่งใสมากขึ้น (ส่วนผสม บรรจุภัณฑ์ และวิธีใช้) ซึ่งอันที่จริงแล้ว มีผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ (42%) ที่สนใจซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนและการดำเนินงานที่ยั่งยืน1

การดำเนินงานของสมาคม EcoBeautyScore Consortium ยังได้รับการสนับสนุนจาก Capgemini Invent (บริษัทบริหารจัดการโครงการ) และ Mayer Brown (ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย)

สำหรับบริษัทเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล รวมถึงองค์กรวิชาชีพที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่อีเมล contact@ecobeautyscore-consortium.org

1 ที่มา: Capgemini Research Institute, Circular Economy for a Sustained Future Report, สิงหาคม–กันยายน 2564

เกี่ยวกับเฮงเค็ล

เฮงเค็ล ดำเนินธุรกิจทั่วโลกด้วยพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่สมดุลและหลากหลาย บริษัทฯ เป็นผู้นำในสามกลุ่มธุรกิจทั้งในธุรกิจด้านอุตสาหกรรมและธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค อันเป็นผลมาจากแบรนด์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ธุรกิจเทคโนโลยีกาวของเฮงเค็ล (Adhesive Technologies) เป็นผู้นำในตลาดกาวในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ส่วนในธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์บิวตี้แคร์ (Laundry & Home Care and Beauty Care businesses) เฮงเค็ลเป็นผู้นำในหลายตลาดและประเภทผลิตภัณฑ์ทั่วโลก เฮงเค็ลก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2419 และมีประวัติความสำเร็จอันยาวนานกว่า 140 ปี ในปี พ.ศ. 2564 เฮงเค็ลมียอดขายมากกว่า 2 หมื่นล้านยูโร และมีผลกำไรดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว 2,700 ล้านยูโร เฮงเค็ลมีพนักงานมากกว่า 52,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความหลากหลาย มีความมุ่งมั่น และรวมกันเป็นหนึ่งเดียวด้วยวัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง และจุดมุ่งหมายร่วมกันในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน รวมถึงการสร้างคุณค่าร่วมกัน ในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับ เฮงเค็ลได้รับการยกย่องจากดัชนีและการจัดอันดับระหว่างประเทศต่างๆ หุ้นบุริมสิทธิของเฮงเค็ลจดทะเบียนอยู่ในดัชนีหลักทรัพย์ DAX ของเยอรมนี ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าชมที่ www.henkel.com

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น