Bath & Bloom เปิดกลยุทธ์ปี 69 พลิกภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ รุกหนักตลาดเครื่องหอมไทย พร้อมเปิดไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่เต็มรูปแบบ ตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้านบาท ใน 3 ปี

กรุงเทพฯ 10 มีนาคม 2569 – บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ และผลิตภัณฑ์ทางด้านสปาไทย ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Bath & Bloom” โดย นางสาวสุดคนึง กองอำนวยสุข ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ และผู้อำนวยการด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด รวมถึงทีมผู้ก่อตั้ง ประกาศเดินหน้ารุกหนักตลาดเครื่องหอมไทย ด้วยกลยุทธ์การรีแบรนด์ พลิกภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ เปิดไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ในคอนเซ็ปต์ ‘Scent with Function กลิ่นหอม’ ที่ทำงานกับอารมณ์ของคน ตามจังหวะชีวิต พร้อมขยายกลุ่มลูกค้าไปยัง Gen Z และ Gen Y ดันธุรกิจเครื่องหอมจากไทย ตอกย้ำความเป็น Soft Power ของประเทศไทย พร้อมตั้งเป้าลุยธุรกิจเครื่องหอมเต็มสูบ

นายสุกิจ ประสิทธิ์หิรัญ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการขาย บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า “จากการประเมินยอดจำหน่ายสินค้าในปี 2567 ที่ผ่านมา พบว่าความต้องการของตลาดสูงกว่ากำลังการผลิตของโรงงาน ประกอบกับภาพรวมตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องหอมในประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยขยายตัวกว่า 5 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 6,000 ล้านบาท ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดและการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจ สำหรับปี 2569 บริษัทมีแผนดำเนินกลยุทธ์รีแบรนด์และขยายธุรกิจ ด้วยงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ครอบคลุมการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ การปรับปรุงคลังสินค้า รวมถึงการเพิ่มไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ยังมีแผนขยายช่องทางการจำหน่ายในประเทศ ผ่านการเปิดแฟล็กชิปสโตร์ในจังหวัดสำคัญ ได้แก่ เชียงใหม่ และภูเก็ต พร้อมเพิ่มสาขาในกรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้ายกระดับศักยภาพทีมงาน โดยเน้นการ Upskill และพัฒนาทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการพัฒนาโครงสร้างแบรนด์ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ใหม่”

“ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายผลประกอบการในปี 2571 ไว้ที่ 500 ล้านบาท โดยปัจจุบัน Bath & Bloom สามารถครองส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องหอมในประเทศไทยเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากการจำหน่ายทั้งในประเทศและการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และไต้หวัน ส่งผลให้แบรนด์ติดอันดับ Top 5 แบรนด์เครื่องหอมของไทย และยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายสุกิจกล่าวเสริม

นางสาวสุดคนึง กองอำนวยสุข อีกหนึ่งผู้ก่อตั้ง บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด กล่าวว่า “ในยุคที่แฟชั่นไม่ได้หยุดอยู่แค่เสื้อผ้าและไลฟ์สไตล์ไม่ใช่แค่ภาพเช็กอิน แต่คือ รูปแบบการใช้ชีวิตแบบ Fluid Living ที่หนึ่งคนรับหลายบทบาท และแต่ละบทบาทต้องการพลังที่แตกต่างกัน ซึ่งกลิ่นเป็น Mental Power ให้ผู้คนได้ในแบบที่คนไม่คาดถึงมาก่อน การรีแบรนด์และออกผลิตภัณฑ์คอลเลคชั่นใหม่จึงสอดรับกับวิธีคิดของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับอารมณ์ ความรู้สึก และพลังที่ต้องการในแต่ละโมเมนต์ เป็นอีกหนึ่งอินไซต์ที่เราให้ความสำคัญมาโดยตลอด “Bath & Bloom” จึงเป็นแบรนด์ที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยนี้อย่างแท้จริง และกำลังพากลิ่นหอมก้าวออกจากกรอบเดิม สู่พื้นที่ที่แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และอารมณ์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี สอดคล้องตามการวางกลยุทธ์การตลอดปี 2569 แบบรอบด้าน 5N+1R ของ Bath & Bloom ซึ่งแผนธุรกิจครั้งนี้ประกอบด้วย การขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ การรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์พร้อมสร้างหมวดหมู่ตลาดใหม่ การพัฒนาอัตลักษณ์แบรนด์และไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ การยกระดับการรับรู้แบรนด์ และการลงทุนในโรงงานแห่งใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว รวมถึงการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยัง Gen Z และ Gen Y ได้เข้าถึง Personal care สู่ Personal expression เมื่อกลิ่นไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้ความหอม แต่กลายเป็น mood energy และสไตล์ที่คนรุ่นใหม่เลือกใช้เพื่อกำหนดจังหวะชีวิตของตัวเองในแต่ละวัน”

การรีแบรนด์ครั้งนี้ เป็นการเดินหน้าสร้างแบรนด์น้ำหอมฟังก์ชัน จาก WELLNESS SCENT มาเป็น SCENT WITH FUNCTION เน้นประโยชน์ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และตอบโจทย์ให้ผู้คนในแต่ละช่วงเวลาของวัน โดยให้กลิ่นหอมทำงานกับอารมณ์ของคน ตามจังหวะชีวิตที่แตกต่าง ที่ทุก ๆ ฟังก์ชันอ้างอิงจากหลักวิทยาศาสตร์ โดย SCENT ARCHITECT หรือ สถาปนิกทางด้านกลิ่น ที่ใช้ประสบการณ์ วิทยาศาสตร์บวกกับศิลปะในการผสมผสานกลิ่น โดยใช้แนวคิดการออกแบบที่เน้นอารมณ์เป็นหลัก เพื่อรุกตลาดเครื่องหอมไทย เป็นแบรนด์เข้าถึงในใจผู้บริโภค และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของผู้คน

“สำหรับไฮไลต์ผลิตภัณฑ์ใหม่ Blooming Collection ดอกมะลิในเวอร์ชันที่โตขึ้น สนุกขึ้น หนึ่งในไฮไลต์ที่สะท้อนทิศทางใหม่ของแบรนด์ Bath & Bloom และอีกคอลเลกชัน Journey to Bloom กลิ่นที่ออกแบบมาเพื่อเป็น Positive energy ในทุกพื้นที่การใช้ชีวิต ทุกกลิ่นถูกออกแบบให้ทำงานกับอารมณ์ ไม่ใช่แค่ประสาทสัมผัส ส่วน Sleep Before Blooming เพราะการพักผ่อนก็เป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งในโลกที่ทุกอย่างเร่งรีบ ต่อมาคือ คอลเลคชั่น Blooming Memoire เป็น New Soap Collection ของใช้ธรรมดา ที่ถูกยกระดับ ให้เป็นตัวช่วยในการผลักดัน Soft Power ของประเทศ ซึ่งในขณะที่เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่คนมองกลิ่นต่างไปจากเดิม ทำให้ภาพรวมของตลาดไลฟ์สไตล์และเวลเนสที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความสวยงามหรือความหอมเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยความต้องการพลังบางอย่าง ที่ช่วยให้คนใช้ชีวิตในแต่ละวันได้ดีขึ้น วันนี้คนไม่ได้เลือกกลิ่นเพราะแค่อยากให้ห้องหอมหรือผิวหอม แต่เลือกเพราะอยากรู้สึกโฟกัส ผ่อนคลาย หรือรีเซ็ตตัวเองในแต่ละช่วงเวลา ตลาดจึงกำลังเปิดรับบทบาทใหม่ของกลิ่น ในฐานะพลังที่ทำงานกับอารมณ์และจังหวะชีวิตจริง ๆ” นางสาวสุดคนึง กล่าวปิดท้าย

การขับเคลื่อนกลยุทธ์ของ Bath & Bloom ในระยะถัดไป จะมุ่งเน้นการเติบโตผ่านโมเดล Experience-Driven Retail ด้วยการสร้างพื้นที่ที่เชื่อมโยงสินค้า เข้ากับอารมณ์และจังหวะชีวิตของผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีที่ผ่านมาได้มีการเปิดแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ทดลองประสบการณ์ (Experiential Space) ที่ผู้บริโภคสามารถเลือกกลิ่นตาม mood และพลังที่ต้องการในแต่ละช่วงเวลา ไม่ใช่เพียงการเลือกซื้อสินค้า ตอกย้ำทิศทางของแบรนด์เครื่องหอมไทยที่มองรีเทลเป็นมากกว่าช่องทางจำหน่าย แต่เป็นแพลตฟอร์มสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค และรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจประสบการณ์ (Experience Economy) ที่กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของตลาดไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *