เบื้องหลังความสำเร็จขององค์กรชั้นนำในโลกธุรกิจ มีกลไกหนึ่งที่ขับเคลื่อนให้ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างราบรื่น นั่นคือ “การบริหารคน” ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทีมงานมีศักยภาพและผูกพันกับองค์กร ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการทำงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคลหรือ HR
เวที FutureSkill NEXT ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 ด้วยความตระหนักถึงภารกิจหลักของบุคลากรฝ่ายทรัพยากรบุคคล นับเป็นงานที่ทำให้ HR จากบริษัทใหญ่ๆ ได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กับตัวแทนจากองค์กรชั้นนำของประเทศ เพื่อสร้างแนวทางในการวัดผลการเรียนรู้ที่เปลี่ยนศักยภาพมนุษย์ให้กลายเป็นตัวเลขทางธุรกิจ (Business Performance) พร้อมอัปเดตกลยุทธ์การลงทุนด้านคนในปี 2026 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำ (Low-Growth)

โอชวิน จิรโสตติกุล CEO & Founder, FutureSkill กล่าวเปิดงานได้อย่างน่าสนใจว่า “ทุกครั้งที่มีการพัฒนาคน 1 คน นั่นคือการยกระดับให้คนไทยเก่งขึ้น HR คือฝ่ายที่ Transform ให้บุคลากรมีผลต่อธุรกิจขององค์กรได้จริง ดังนั้นการลงทุนกับคนอย่างมีกลยุทธ์ จึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญ
โดย 3 เมกะเทรนด์หลัก จากเซสชั่น Skill Outlook: From Global Trends to Business Impact ได้แก่
• AI & Digital Acceleration ซึ่ง 95% ของผู้นำองค์กรในไทยเชื่อว่าองค์กรของตนยังขาดความเชี่ยวชาญในการใช้ AI และ 66% คิดว่าทักษะ AI เปลี่ยนไวกว่าทักษะอื่นๆ
• Low-Growth Economy คาดการณ์ว่า ปี 2026 เศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ GDP ลดลงเหลือ 1.7% และการส่งออกอาจจะติดลบ
• Constant New Business Mandates “กติกาใหม่” ของการทำธุรกิจจะเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น ESG BCG Economy หรือ Compliance ใหม่ๆ

แทนพงศ์ สุคนธ์พานิช CEO of FutureSkill for Business นำเสนอ Business Key Focus ที่น่าสนใจ 4 ประการ ได้แก่ การมุ่งเน้นประสิทธิภาพการทำงาน การสร้างนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ การยกระดับประสบการณ์ให้ลูกค้า และสุดท้ายคือองค์กรต้องปรับตัวและฟื้นฟูได้ไว
และภายในงานครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ CEO of Siametrics & ViaLink ผู้เขียนหนังสือ คู่มือมนุษย์ยุค AI มาร่วมให้แนวทาง การเจาะสูตรสำเร็จการอัปสกิลด้าน AI เพื่อให้ธุรกิจ Turn Profit ได้จริงในหัวข้อ AI & Human Skill for Business Growth

โดยชี้ให้เห็นถึง Corporate Trends ของโลกทุกวันนี้ นั่นคือ ลด ตัดทุกอย่างที่ตัดได้ เพิ่ม ผลลัพธ์ที่ต้องการมากขึ้น ตึง งบตึง คนตึง แต่ KPI ไม่เคยตึง ซึ่งมีสถิติที่น่าสนใจคือ 95% ขององค์กรทั่วโลกไม่สามารถเชื่อมผลลัพธ์การอบรมให้เข้ากับเป้าหมายธุรกิจได้ หรือที่เข้าใจง่ายกว่าคือ การส่งพนักงานไปเทรนหรือทำคอร์สเทรนนิ่งมาแล้วไม่ส่งผลอะไรต่อธุรกิจ ทำให้ HR ถูกบีบทั้ง 2 ทาง จากผู้บริหารที่อยากเห็นผลลัพธ์ คาดหวังที่จะให้ทักษะพนักงานส่งผลต่อธุรกิจให้ได้อย่างชัดเจน และจากพนักงานที่อยากลดภาระเรื่องการเทรนนิ่งและ KPI ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน สิ่งที่เสนอแนะคือ ตั้งต้นจากโจทย์ของธุรกิจที่แท้จริงก่อน จากนั้นจึงใช้ Human Skill ร่วมกับ AI โดยจัดวางบทบาทของคน เทคโนโลยี(AI) และกระบวนการ ให้ทำงานสอดประสานกันในรูปแบบของ The Orchestration Imperatives ซึ่งหมายความว่าองค์กรต้องปรับตัวในระดับ Strategic Transformation นั่นเอง
และปิดท้ายด้วย การสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีม HR จาก ศรัญ คุ้งบรรพต Head of Talent Management and Organization Culture Department สถาบันการเงินชั้นนำ ที่ได้ให้ข้อคิดสำหรับการทำงานในฝ่ายทรัพยากรบุคคลว่า การทำงานที่ดีที่สุดคือการทำงานแบบมืออาชีพ สร้างสมดุลระหว่างตัวตนกับบทบาทที่ได้รับมอบหมายทำงานอย่างเต็มที่ และเพียรพยายามให้ถูกเรื่อง ในขณะเดียวกันต้องแคร์ให้ถูกคน การทำสิ่งที่ถูกต้อง จะทำให้บริษัทไม่เสียหาย และตัวเราไม่เสียคนด้วย

นอกจากนี้ภายในงาน FutureSkill NEXT ยังได้จัดให้มีการมอบรางวัล FutureSkill Transformation Award ให้กับองค์กรชั้นนำที่ผลงานโดดเด่นในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในด้านต่างๆ อีกด้วย
การจัดการทรัพยากรมนุษย์ภายในองค์กร เป็นเรื่องที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญ ข้อจำกัดในปัจจุบันของ HR องค์กรคือการวัดผล ซึ่งในโลกที่เทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้ HR มี Solution หรือ Tools มากมายเพื่อนำมาปรับใช้ได้ หรืออย่างน้อย การมาร่วมงาน FutureSkill NEXT ก็นับเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตข้อมูลความรู้ใหม่ให้กับองค์กร เพราะการพัฒนาคนไม่ใช่แค่การจ่ายเงินออกไป แต่คือการลงทุนที่สามารถวัดผลสำเร็จเป็นประสิทธิภาพทางธุรกิจได้จริง

