อ.ส.ค.-นาโนเทค จับมือวิจัยพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์นมแบบครบวงจร

องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ลงนามความร่วมมือกับ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อพัฒนากิจการโคนมแบบครบวงจร หวังยกระดับกิจการโคนมด้วย วทน. เดินหน้าวิจัย ‘นมผงพันธุ์ไทย-นมอัดเม็ดพรีเมี่ยม-ผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อผู้สูงวัย’ เฟสแรก 63-65 พร้อมลุยตลาดต่างประเทศ นำร่องบุกอาเซียนปี 64​ นโยบายของรัฐบาล​ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค  ซึ่งจะส่งผลให้น้ำนมดิบมีปริมาณเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพดีขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดการณ์ว่า ปี 2562 นี้ ความต้องการบริโภคนมจะเพิ่มขึ้น จากการที่หลายภาคส่วนร่วมกันรณรงค์การบริโภคนมของประชาชนในประเทศ โดยในปี 2562 คาดว่า มีปริมาณการบริโภค 1,332,180 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 8% จาก 1,233,483 ตัน ของปี 2561 ในขณะเดียวกัน การส่งออก – การนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการในตลาดนมพาณิชย์มีการผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีการร่วมมือกันสนับสนุนการขยายตลาดส่งออกนมสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากขึ้น

ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)    กล่าวว่า ในฐานะที่ อ.ส.ค. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน พัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมนมให้ครบวงจรและมีมูลค่าเพิ่ม การสร้างความรู้ด้านกิจการโคนมและอุตสาหกรรมนม และมุ่งบริหารจัดการองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีขีดสมรรถนะ (HPO) ด้วยหลักธรรมาภิบาล จากภารกิจดังกล่าว อ.ส.ค. จึงได้มีการดำเนินแนวทางแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยการพัฒนาประสิทธิภาพการเลี้ยงโคนมเพื่อให้ได้น้ำนมที่ดีมีคุณภาพสูงและได้มาตรฐาน พร้อมแข่งขันกับตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน ตลอดจนการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมโคนมโดยการนำวิทยาสตร์ เทคโนโลยี​ และนวัตกรรมมาพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ  เพื่อพัฒนาในการเลี้ยงโคนม ระบบฟาร์ม การคัดเลือกสายพันธุ์ การพัฒนาคุณภาพน้ำนมดิบ ตลอดทั้งอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยปัจุบัน อ.ส.ค. มีการนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการฟาร์ม   โคนมประสิทธิภาพสูง (Thai Denmark Smart Dairy Farm) ของ อ.ส.ค. ในวงเงินไม่ต่ำกว่า 55.9 ล้านบาท           เพื่อจัดตั้งฟาร์มโคนมสาธิตเชิงธุรกิจประสิทธิภาพสูง หรือ “Smart Farm” มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้ง Hard ware และ Soft  ware เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการฟาร์มโคนมของเกษตรกร ประกอบกับปัจุบันนโยบายการตลาดในการทำการค้าเสรีตามข้อตกลง Free Trade Area in Milk production (FTA) ที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโคนมของประเทศ ทำให้มีการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนมผงพร่องมันเนยจากประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งมีปริมาณการนำเข้าสูงที่สุด อ.ส.ค. ได้เตรียมความพร้อมในการดูแลบริหารจัดการ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการดำเนินการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆให้แก่ผู้บริโภคอยู่เสมอ

โดยความร่วมมือร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยา​ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ อ.ส.ค. ได้มีการดำเนินงานและร่วมกันหารือ เพื่อขยายผลงานวิจัยและพัฒนา เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมโคนม และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดย สวทช.จะเข้ามาดำเนินการวิจัยและพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพการผลิตและนวัตกรรมในกิจการโคนม พร้อมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้จากการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานการเลี้ยงโคนมและผลิตภัณฑ์นมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ให้แก่ อ.ส.ค. และ อ.ส.ค. จะดำเนินการขยายผลการวิจัยที่ได้นำมาพัฒนาแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม และยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในเชิงพื้นที่เพื่อการพัฒนากิจการโคนมแบบครบวงจรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดทั้งการพัฒนาฐานข้อมูลและการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสอดรับกลยุทธ์การตลาดของ อ.ส.ค. ตามแผนรัฐวิสาหกิจระยะ 5 ปี (2560-2564) ในการขับเคลื่อนและผลักดันผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติและเป็นผู้นำอุตสาหกรรมไทยในอาเซียน  ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าว

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *