งานประชุมกลุ่มผู้ชุบสังกะสีระดับเอเชีย แปซิฟิค

เมื่อเร็วๆ นี้ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัด การประชุมกลุ่มผู้ชุบสังกะสีระดับเอเชีย แปซิฟิค ครั้งที่ 11 หรือ The 11th Asia Pacific General Galvanizing Conference Thailand 2019 (APGGC 2019) ขึ้นเป็นครั้งแรก  เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ห้องคอนเวนชั่น บี2 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์ภายใต้ความร่วมมือของ สมาคมการชุบสังกะสีไทย  (Thai Galvanizing Association: TGA ) และ The Asia Pacific General Galvanizers Association (APGGA)  เพื่อขยายการรับรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล็กชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (Hot Dip Galvanize)  ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจากกลุ่มผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก นับเป็นการสร้างความตื่นตัวของตลาดเหล็กชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อนให้แพร่หลายในระดับภาคพื้นเอเชียและในไทย 

โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอภิจิณ โชติกเสถียร  รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นายวัฒนา สุจิตรานุรักษ์ นายกสมาคมการชุบสังกะสีไทย  และ ดร.จาง ซี่ฟู (Dr. Zhang Qifu) นายกสมาคมการชุบสังกะสีเอเชีย แปซิฟิค ร่วมด้วยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่สำคัญหลายท่าน อาทิ นายนฤนารถ อัตตสัมพันธ์ รองประธานและประธานสายงานการพัฒนาธุรกิจ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.ทวีป ชัยสมภพ ประธานสมาคมเหล็กโครงสร้างไทย และ นายวิทวัส สมุทรานนท์ นายกสมาคมผู้ก่อสร้างงานเหล็กไทย ร่วมด้วยสมาชิกรวมกว่า 350 คน จากประเทศสมาชิกทั้ง 24 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อิตาลี มาเลเซีย จีน เยอรมนี เวียดนาม ไต้หวัน บราซิล และแอฟริกาใต้ เป็นต้น 

ภายในงานมีการให้ความรู้และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหัวข้อต่างๆ อาทิ ความต้องการของเหล็กชุบสังกะสีในตลาดประเทศไทยและจีน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กชุบสังกะสี แนวโน้มตลาดเหล็กชุบสังกะสีทั่วโลก  ความร่วมมือในด้านการสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ประโยชน์ของเหล็กเส้นชุบสังกะสี การพัฒนาและจัดการระบบสารสนเทศของกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กชุบสังกะสี และประสิทธิภาพการป้องกันการกัดกร่อนของเหล็กเคลือบสังกะสีและสังกะสีโลหะ  เป็นต้น

ทั้งนี้ เหล็กชุบสังกะสีนั้นสามารถนําไปใช้ในงานที่หลากหลาย ตั้งแต่สินค้าในครัวเรือนอย่างอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงวัสดุพื้นฐานของอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ อาทิ วัสดุก่อสร้าง และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยในแต่ละปีประเทศไทยนําเข้าเหล็กจากต่างประเทศเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงค่อนข้างสูง แต่เหล็กกล้าเหล่านี้จะเกิดการกัดกร่อนและเกิดสนิมได้ง่าย ส่งผลต่อเรื่องความแข็งแรงและความสวยงามลงลง การเคลือบผิวเหล็กด้วยสังกะสีโดยวิธีการชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อนจึงเป็นวิธีการที่นิยมใช้ในการปรับสภาพผิวเหล็กกล้าเพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อนให้กับวัสดุ ส่งผลให้เหล็กกล้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของสมาคมการชุบสังกะสีไทยได้ที่ http://www.hdgthai.org โดยการประชุมกลุ่มผู้ชุบสังกะสีครั้งต่อไปจะถูกจัดขึ้นที่ประเทศอิตาลีในปี 2564 

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *