“ศักดิ์ชาย” ปลื้มมวยไทยสมัครเล่น ดาวรุ่งโชว์ฟอร์มดี

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นฯ พร้อมด้วย นายขจร พราวศรี อุปนายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นฯ และ พล อ.ต.มังกร เสมารัตน์ เลขาธิการสมาคมมวยไทยสมัครเล่นฯ ร่วมกันเป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์ประเทศไทย (เยาวชน) ประจำปี 2562 ณ โดมอเนกประสงค์ การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 62

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นฯ กล่าวว่า การแข่งขันในปีนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากสโมสรสมาชิก สมาคมกีฬาจังหวัด หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้จัดส่งนักมวยเข้าร่วมทำการแข่งขัน รวมกันมากกว่า 200 คน โดยแบ่งออกเป็น 4 รุ่นได้แก่ รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี, รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี , รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี และ รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ซึ่งสมาคมฯ ต้องการพัฒนาและ เสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่นักมวยที่มีความสามารถ เพื่อกรุยทางสู่การเป็นนักมวยไทยสมัครเล่นทีมชาติไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นเยาวชนชิงแชมป์โลก 2019 ณ เมือง แอนทาย่า ประเทศตุรกี

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ กล่าวต่อว่า ปีนี้ทุกรุ่นทั้งประเภทชาย และ ประเภทหญิงมีชิงทั้งหมดจำนวน 37 คู่ แต่ละคู่พื้นฐานทางด้วยมวยไทยเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก หลายคนมีแววถูกเรียกเก็บตัวในนามทีมชาติไทย และหลายคนสามารถพัฒนาก้าวขึ้นเป็นนักชกที่มีคุณภาพได้เป็นอย่างดี ซึ่งนักกีฬาเหล่านี้ สมาคมฯจะไม่มองข้าม พร้อมที่จะติดตามผลงาน และจะเรียกเข้ามาทำการคัดเลือกในรอบสุดท้ายกันอีกหน คนที่ดีและมีความสามารถ มีพรสวรรค์ที่ดีกว่า จะถูกเรียกติดทีมชาติไปแข่งขันรายการนานาชาติ ส่วนรุ่นเล็ก อาจจะต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์ไม่เกิน 2 ปี น่าจะดีพอที่จะติดทีมชาติตามรุ่นพี่ต่อไป

“ส่วนการแข่งขันในปีหน้าปนวทางการจัดงานจะต้องชัดเจนและดีกว่าปีนี้ โดยอาจจะมีนักชกต่างชาติที่เป็นลูกครึ่ง เข้าร่วมแข่งขันจำนวนหลายคน เพราะปีนี้ได้ขอเข้าร่วมแล้วแต่เนื่องจากช้าเกินไป โดยปีหน้ามีแน่ และน่าจะสนุก เข้มข้น กว่าปีนี้อย่างแน่นอน “ ดร.ศักดิ์ชาย ยืนยัน

ส่วนผลการแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์ประเทศไทย (เยาวชน) ประจำปี 2562 รุ่นอายุ 14-15 ปี และ 16-17 ปี รอบชิงชนะเลิศ ทำการแข่งขันด้วยกันทั้งหมด 24 คู่

(พิกัด 40 กก. หญิง)
นิราวรรณ ตังจิว (ค่ายมวย พ.เมืองเพชร) คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ ชลมาศ ชนภูป้อ

(พิกัด 40 กก. ชาย)
แสงเพชร ขุมทอง (ค่ายมวย ป.ประมุข) ได้เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ ฐิติวัฒน์ โพลังอุไร (พิษณุโลกทีม)

(พิกัด 42 กก. หญิง)
อชิรญา เกตุเทศ (สโมสรทหารอากาศ)ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ ภาวิตา จันตา (ค่าย ส.พงศกร)

(พิกัด 42 กก. ชาย)
คณิศร ไกรสิทธิ์ (ส.กีฬา จ.สุราษฎร์ธานี) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ จักรินทร์ พูดเพราะ (ร.ร.กีฬา จ.นครศรีฯ)

(พิกัด 45 กก. หญิง)
อริศรา นุ่นเอียด (ร.ร.กีฬา จ.ตรัง) คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ กัญชพร สิทธิประการ (ค่ายมวย พ.เมืองเพชร)

(พิกัด 45 กก. ชาย)
พงศ์พิษณุ เพ่งพิศ (สโมสรทหารอากาศ) คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ พูนศักดิ์ ศรีแก้ว (ศิษย์เจ๊รส-เพชรแสงทอง)

(พิกัด 48 กก. หญิง)
อภิชญา เปลี้ยจันทึก (สโมสรชาวไร่อ้อย) คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ วรัญญา โหมดนอก (สโมสรทหารอากาศ)

(พิกัด 48 กก. ชาย)
ชัชวาลย์ อ้วนดี (ร.ร.กีฬา จ.ลำปาง) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ รัฐพงษ์ ไทยประโคน (ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาปทุมธานี)

(พิกัด 51 กก. หญิง)
แอนนา จันทาศรี (ค่ายมวย พ.เมืองเพชร) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ ภูมิรพี เพ็ชรอุไร (ร.ร.กีฬากรุงเทพมหานคร)

(พิกัด 51 กก. ชาย)
จิรวัฒน์ จันทรวงศ์ (สโมสรผู้ครองฟ้า) ได้เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ ปณชัย มาลัย (ร.ร.กีฬา จ.นครชัยศรีฯ)

(พิกัด 54 กก. หญิง)
วณิชชา สิมวงศ์ (สโมสรทหารอากาศ) คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ จุฑาทิพย์ ทองมา (ศิษย์เจ๊รส-เพชรแสงทอง)

(พิกัด 54 กก. ชาย)
ธงชัย แหลมวาที (สมาคมกีฬา จ.ลำปาง) ได้เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ ธีรวัฒน์ เพชรมาตศรี (สโมสรเดชรัตน์)

(พิกัด 45 กก. หญิง)
ธนิษฐา เพลินจิตร (สโมสรทหารอากาศ) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ จันทกานต์ มโนบาล (ร.ร.กีฬานครราชสีมา)

(พิกัด 48 กก. ชาย)
ธนรัฐ แสงเพชร (พิษณุโลกทีม) คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ วรปรัชญ์ วางโต (ร.ร.กีฬา จ.ลำปาง)

(พิกัด 48 กก. หญิง)
เปมิกา หยิกยี่ (ร.ร.กีฬา จ.ตรัง) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ อภิชญา เลขมาศ (ส.กีฬา จ.สุราษฏร์ธานี)

(พิกัด 51 กก. ชาย)
พรุจน์ วันเพ็ง (พิษณุโลกทีม) คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ ศุภกร ศิริลุน (ร.ร.กีฬา จ.ลำปาง)

(พิกัด 51 กก. หญิง)
วาสนา ชูวงศ์ (ส.กีฬา จ.นครพนม A) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ ธิมากรณ์ เภสัชชา (สโมสรผู้ครองฟ้า)

(พิกัด 54 กก. ชาย)
อภิรักษ์ วงสวาท (ร.ร.วัดราชาธิวาส) ได้เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ ธินันท์ชัย ศรีปรางศ์ (ร.ร.กีฬา จ.ตรัง)

(พิกัด 54 กก. หญิง)
กันติยา ปะโนรัมย์ (สโมสรทหารอากาศ)
คว้าเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน เป็นของ สุธิตา กลิ่นลูกอินทร์ (ค่ายมวย พ.เมืองเพชร)

(พิกัด 57 กก. ชาย)
กฤตเมธ ธรรมนาม (ร.ร.วัดราชาธิวาส) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ รัชชานนท์ เครือวัลย์ (ศิษย์เจ๊รส-เพชรแสงทอง)

(พิกัด 57 กก. หญิง)
อภิชญา บุญคงมาก (ร.ร.กีฬา จ.นครชัยศรีฯ) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ นพเกตน์ ศรีสวัสดิ์ (พิษณุโลกทีม)

(พิกัด 60 กก. ชาย)
ปรินทร์ สาริบูรณ์ (ร.ร.มัธยมสุวิทย์เสรีอนุสรณ์) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ วรวุฒิ เลี่ยนยงค์ (ร.ร.กีฬา จ.ตรัง)

(พิกัด 60 กก. หญิง)
รัตน์ชฏา พิมพ์พงษ์ (ร.ร.บ้านแพงพิทยาคม) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ กนกนันท์ ทวีคูณ (ค่ายมวย พ.เมืองเพชร)

(พิกัด 63.5 กก. ชาย)
อภิรักษ์ ระวิพันธ์ (สโมสรเดชรัตน์) ได้แค่เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทอง ตกเป็นของ รพีภัทร ขันขวา (ร.ร.สักงามวิทยา)

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *