หัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศยอดจัดซื้อจัดจ้างปี 2561 มีมูลค่ารวม 608 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

หัวเว่ย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกาศยอดจัดซื้อจัดจ้างปี 2561 มีมูลค่ารวม 608 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ  คาดเพิ่มขึ้นเป็น 652 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2562

ตัวแทนกว่า 400 รายจากบริษัทพันธมิตรกว่า 1,900 แห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ 10 ประเทศ เข้าร่วมงานประชุมพันธมิตรหลักประจำปีของหัวเว่ย

กรุงเทพฯ 14 มีนาคม 2562 – หัวเว่ย ผู้จัดหาโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีและ
สมาร์ทดีไวซ์ชั้นนำระดับโลก ประกาศยอดการจัดซื้อจัดจ้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้  ของบริษัทในปีที่ผ่านมาด้วยมูลค่าทั้งสิ้น 608 ล้านเหรียญดอลลาร์
สหรัฐ เฉพาะในประเทศไทย มียอดสูงถึง 196.3 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย
อินเดีย (146 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และฮ่องกง (105.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยระหว่าง
ปี พ.ศ. 2559 – 2561 การจัดซื้อจัดจ้างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด
ของหัวเว่ยมีมูลค่าสูงถึง 2,090 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ 

ในปี 2562 งบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คาดว่าจะ
เพิ่มขึ้นอีก เป็น 652 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลตัวเลขทั้งหมดนี้ได้รับการเปิดเผยในระหว่างงานประชุม 2019 SEA Core
Partner Convention ของหัวเว่ย ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ภายใต้ธีม
“การเปิดกว้าง ความโปร่งใส ความร่วมมือเพื่อความสำเร็จร่วมกัน – Openness,
Transparency, Collaboration for Sharing the Success” โดยมีตัวแทนกว่า 400 คน
จากจำนวนซัพพลายเออร์ทั้งหมดของบริษัทกว่า 1,900 รายในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ จากอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ภาคการผลิต, โลจิสติกส์, บริการด้านวิศวกรรม,
เครือข่ายเอ็นเตอร์ไพรส์, การตลาด เข้าร่วมงาน

ในงานมีการกล่าวบรรยายและนำเสนอข้อมูลต่างๆ รวมถึงคำกล่าวต้อนรับโดย มร. เจมส์
อู๋ ประธานบริหาร ของหัวเว่ยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การแนะนำธุรกิจของหัวเว่ย
ความสำเร็จของลูกค้า และข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้างของหัวเว่ยในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ พันธมิตรหลัก ๆ ของหัวเว่ยหลายราย อาทิ บริษัท เทิร์นคีย์ คอม
มูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (TKC) และบริษัท คัมมินส์ ดีเคเอสเอช จากประเทศไทย
ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์กับผู้มาร่วมงาน นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายบริษัทที่ได้
รับรางวัลสำหรับความร่วมมือที่โดดเด่นกับหัวเว่ยในประเภทต่างๆ ดังนี้ การบริหาร
การจัดซื้อ, การจัดซื้อบริการด้านวิศวกรรม และการจัดซื้อวัสดุ

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การทำงานร่วมกันระหว่างหัวเว่ยและบริษัทพันธมิตรกว่า
1,900 ราย ได้สร้างงานจำนวนมากกว่า 45,000 ตำแหน่งงานในบริษัทซัพพลายเออร์ของ
หัวเว่ย มีวิศวกรโทรคมนาคมในภูมิภาคนี้กว่า 125,000 คนได้รับการฝึกอบรม โดย
วิศวกรกว่า 98,000 คนได้รับประกาศนียบัตรระดับมืออาชีพ หัวเว่ยได้มีการดำเนิน
การตรวจสอบระบบคุณภาพของพันธมิตรหลัก ๆ กว่า 300 ครั้ง ช่วยให้บริษัทพันธมิตร
กว่า 130 แห่งผ่านมาตรฐาน ISO หรือการรับรองอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

“เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดเกิดใหม่ และเป็นจักรกลอันทรงพลังที่จะเชื่อม
ต่อนวัตกรรมและธุรกิจเข้าด้วยกัน หัวเว่ยและบริษัทพันธมิตรในภูมิภาคทำหน้าที่
ส่งเสริมและเติมเต็มกันและกันได้อย่างดีเยี่ยม การสร้างและแบ่งปันคุณค่าตลอด
ทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรมคืออนาคตของเรา เราควรจะผสานประสิทธิภาพด้านทรัพยากรอัน
เป็นเลิศของเรา และร่วมกันสร้างกลุ่มทรัพยากรคุณภาพสูงเพื่อพัฒนาความสามารถใน
การแข่งขันของเราให้ดีขึ้น” มร. เจมส์ อู๋ อธิบาย “พวกเราทุกคนล้วนมีวิสัยทัศน์
เพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ การนำดิจิทัลมาสู่ทุกคน ทุกบ้านและทุกองค์กร เพื่อ
สร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ และเพื่อทำให้วิสัยทัศน์นี้
เป็นจริง หัวเว่ยยินดีที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรของบริษัททุกราย เพื่อสร้างระบบ
นิเวศที่ส่งเสริมให้มีการเปิดกว้าง ความหลากหลาย และการทำงานร่วมกัน” เขากล่าว
เสริม 

นายปิยะ จิราภาพงศา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทริน์คีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์
วิส จำกัด (TKC) ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมโทรคมนาคม และเป็นพันธมิตรที่ยาวนาน
ของหัวเว่ยในประเทศไทย กล่าวอธิบายว่า “เราเริ่มทำงานกับหัวเว่ยในปี พ.ศ. 2549
ความร่วมมือของเรามาจากหลักการหลักๆ ที่เหมือนกัน นั่นคือ การทุ่มเทอย่างไม่
หยุดหย่อนเพื่อความสำเร็จของโครงการ ความร่วมมือและการทำงานร่วมกันเป็นทีม การ
ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่งและเราก็หมายความตามนั้นจริงๆ สำหรับหัว
เว่ยและ TKC เราทุ่มเทเต็มที่ให้กับลูกค้าเสมอ ความเป็นเลิศและความจงรักภักดี
ของลูกค้าคือรางวัลในตัวมันเอง”

มร. เจสัน เฟิง ผู้จัดการฝ่ายขายและบริการลูกค้าระดับโลก ของคัมมินส์ ผู้ผลิต
เครื่องจักรอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก พูดว่า “จากวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ต้องการ
ยกระดับชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นด้วยการทลายขีดจำกัดของพลังแห่งความร่วมมือที่
แข็งแกร่งอันเป็นหนึ่งเดียวกัน หัวเว่ยและคัมมินส์จึงได้บรรลุข้อตกลงด้านความ
ร่วมมือระดับโลกร่วมกันในปี 2551 การที่แบรนด์หัวเว่ยเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
เรื่อยๆ ทำให้หัวเว่ยสามารถแข่งขันในตลาดระดับบนได้ ในปี 2562 คัมมินส์ ดีเคเอส
เอช ประเทศไทย (CDT) จะสนับสนุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ BCH 4 ของ UIH ให้กับหัว
เว่ย เรายินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของผลงานอันยอดเยี่ยมร่วมกับหัวเว่ย”

ปี 2562 จะเป็นปีของเทคโนโลยี 5G ในฐานะที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีทีระดับ
ชาติที่สำคัญที่สุด 5G จะนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจมูลค่าสูงถึง 1.2 ล้านล้าน
เหรียญดอลลาร์สหรัฐ ให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในภูมิภาคนี้จะมี
ผู้ใช้ 5G สูงถึง 80 ล้านราย ปริมาณข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตจะเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า
มีการพัฒนาเมืองอัจฉริยะมากกว่า 20 เมือง และอุปกรณ์ดิจิทัลไร้สายที่มีความ
อัจฉริยะจะเพิ่มผลิตภาพทางสังคมได้มากขึ้น 4-8% โดยเฉลี่ย

“ในฐานะที่เป็นผู้นำระดับโลกในด้าน 5G การร่วมมือกับหัวเว่ยเปรียบได้กับการขึ้น
รถบัสคันแรกเพื่อเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป หัวเว่ยได้ดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวัน
ออกเฉียงใต้มาเป็นเวลา 20 ปี และต้องขอบคุณการสนับสนุนอันน่าทึ่งของบริษัท
พันธมิตรของเราทุกราย เราจึงไม่มีสถิติในด้านลบเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์
เลย เราสามารถประกาศให้โลกรู้ได้เลยว่า หัวเว่ยเป็นพันธมิตรเพื่อการเติบโตใน
อนาคตที่มีคุณค่าและไว้ใจได้” มร. เจมส์ อู๋ กล่าวสรุป

เกี่ยวกับหัวเว่ย

หัวเว่ย ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดี
ไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที,
สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมา
สู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อน
โลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ 

ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่ง
ขันและเชื่อถือได้ จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถ
สร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่
บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและ
ทุกขนาด 

นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจำนวน
มหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อน
โลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 180,000 คน ดำเนินธุรกิจในกว่า
170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงาน
เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *