ภาคียาสูบฯ แนะรัฐอย่าซ้ำรอย ดันเลื่อนขึ้นภาษีบุหรี่ก่อนเลือกตั้ง

ตามที่กรมสรรพสามิตประกาศว่าจะจ่ายเงินชดเชยรายได้ให้แก่ชาวไร่ยาสูบ 4,269 ราย ภายในวันที่ 22 ก.พ. นี้ เป็นเงิน 40 ล้านบาท จากชาวไร่ที่มีสิทธิได้รับเงินชดเชยรวมกว่า 12,000 รายนั้น

นายกฤษณ์ ผาทอง นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบ จ เชียงใหม่ และตัวแทนภาคียาสูบแห่งประเทศไทย กล่าวขอบคุณที่กรมสรรพสามิตเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็ยังคงเป็นห่วงเรื่องการปฏิบัติ เพราะยังไม่ทราบรายละเอียดหลักเกณฑ์การพิจารณาจำนวนเงินชดเชยดังกล่าว “ในนามภาคียาสูบฯ พวกเราต้องขอบคุณที่ทางกรมสรรพสามิตเร่งพิจารณาจนจะสามารถจ่ายเงินชดเชยได้กลุ่มแรกในวันที่ 22 ก.พ. โดยทราบว่าจะมีการโอนเงินให้ชาวไร่ผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ แต่หากคำนวณง่ายๆ เท่ากับชาวไร่กลุ่มนี้จะได้เงินชดเชยเฉลี่ยรายละ 9 พันกว่าบาทเท่านั้น ทั้งที่ชาวไร่หลายบางรายต้องสูญเสียรายได้หลักแสนจากการตัดโควตาของ ยสท

 ​ในส่วนกรณีของผู้บ่มยาสูบพันธ์เวอร์จิเนีย และชาวไร่ยาสูบในสังกัดนั้น ทางคณะกรรมการจ่ายเงินช่วยเหลือ ยังไม่มีวิธีการจ่ายเงินที่ชัดเจน ที่ผ่านมาคณะกรรมการไม่เคยหารือกับกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการลดโควต้าในครั้งนี้เลย ทำให้วิธีการในการจ่ายเงินช่วยเหลือปฎิบัติได้ยาก และอาจจะทำให้ผู้บ่มยาสูบ และชาวไร่ยาสูบในสังกัดไม่ได้รับความช่วยเหลือ ทางภาคียาสูบจึงใคร่อยากจะขอร้องให้ คณะกรรมการ ที่ประกอบด้วย กรมสรรพสามิต การยาสูบแห่งประเทศไทย และ ธกส ได้เรียกให้ ภาคียาสูบเข้าไปหารือเพื่อให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วง และสมาชิกของภาคียาสูบ พอที่จะประคองธุรกิจให้อยู่ได้ในฤดูกาลปัจจุบัน”

ทั้งนี้ นายกฤษณ์ ชี้ว่าการขึ้นภาษีบุหรี่เกือบเท่าตัวในเวลาเพียงแค่ 2 ปี เป็นสาเหตุของความเดือดร้อน แม้สรรพสามิตจะระบุว่าสามารถเก็บรายได้จากภาษีบุหรี่ในช่วงปี 2558-2561 ได้เพิ่มขึ้น 3.02% หรือประมาณ 5.8 พันล้านบาท แต่ความสูญเสียของอุตสาหกรรมโดยเฉพาะชาวไร่ยาสูบที่ต้องสูญเสียรายได้จากการโดน ยสท. ตัดโควตาก็เป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ที่สำคัญปริมาณบุหรี่ชำระภาษีที่ลดลงหลังขึ้นภาษีล่าสุดปลายปี 2560 ไม่ได้หมายความว่าคนสูบน้อยลง เพราะยังมีสินค้าทางเลือกราคาถูกมากมายที่กรมสรรพสามิตเองอาจมีข้อมูลไม่ครอบคลุมครบถ้วน ดังนั้น ภาคียาสูบฯ จึงเรียกร้องให้การขึ้นภาษีบุหรี่ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ประกาศแผนล่วงหน้าขึ้นภาษีครั้งละ 5% ดีกว่าครั้งละเท่าตัว โดยรัฐบาลควรประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีครั้งต่อไปในวันที่ 1 ต.ค. 62 นี้ออกไปด้วย

“ปกติโควตา ยสท. จะเริ่มชัดเจนและประกาศกันช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. หากรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณา คงใช้เวลาอีกหลายเดือนซึ่งไม่น่าจะทันการประกาศโควตาปี 2562/2563 ของ ยสท. และสุดท้ายก็อาจซ้ำรอยความเสียหายเดิมอีก เศรษฐกิจในพื้นที่จะต้องสูญเสียเม็ดเงินร่วม 2 พันล้านบาท ดังนั้น พวกเราจึงได้มีหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลปัจจุบันเร่งประกาศการขึ้นเลื่อนภาษีบุหรี่ โดยกำหนดแผนการขึ้นภาษีเป็นขั้นบันได ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อนซ้ำเติมชาวไร่ยาสูบได้ และป้องกันความสูญเสียต่อเศรษฐกิจรากหญ้าในพื้นที่ยาสูบด้วย”

You May Also Like

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *